วาทกรรม การเมือง ‘สนิม’ เกิด แต่ ‘เนื้อใน’ ตน เรือเหล็ก อาจล่มได้

รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐมัวแต่มอง “ภายนอก” มองเห็นการคุกคามอันมาจากพรรคอนาคตใหม่ มองเห็นการขยับของพรรคเพื่อไทยและพันธมิตร
แต่ลืมมองเข้าไป “ภายใน”
กว่าจะรู้สึกตัวก็เมื่อเห็นข้อเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากเห็นบทบาทและความหมายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ
จึงเริ่มตื่นตระหนก
กว่าจะรู้สึกตัวก็เมื่อเห็นข้อหารือของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง “นักการเมืองแทรกแซงสื่อ หรือ สื่อแทรกแซงนักการเมือง”
จึงเริ่มรู้ในอาการอยู่ไม่เย็น อยู่ไม่เป็นสุข
กว่าจะรู้สึกตัวก็เมื่อเห็นกระแสข่าวและความไม่พอใจต่อการถือครองที่ดินกว่า 1,700 ไร่ ของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคน
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง “ภายใน” ของรัฐบาลทั้งสิ้น

สภาพความเป็นจริงในห้วง 4 เดือนแรกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมิได้มาจากฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นการ #อยู่ไม่เป็น
ไม่ว่าจะเป็นการขยับของ “ทักษิณ” หรือ “ยิ่งลักษณ์”
หากเมื่อมีการทวงถามในเรื่องการศึกษาและหาวิธีการไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จากพรรคประชาธิปัตย์
เพราะเป็น “เงื่อนไข” 1 ในการร่วมรัฐบาล
กลับปรากฏอาการหวงแหน ไม่เพียงแต่ไม่ยอมให้บทบาทนี้แก่พรรคประชาธิปัตย์ หากยังพยายามดึงแข้งดึงขา
และยิ่งมีการขุดคุ้ย “คมนาคม” ยิ่งเด่นชัด
เด่นชัดว่าพรรคพลังประชารัฐอันเป็นแกนนำของรัฐบาลเริ่มเกิดอาการเขม่นต่อผลงานของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่ามองผ่านหัวหน้าพรรค ไม่ว่ามองผ่านเลขาธิการพรรค
จึงได้งัดสื่อ “พลังประชารัฐ” ให้ออกโรง

มิใช่ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรอกที่นำเอาข้อมูลการยึดครองที่ดินกว่า 1,700 ไร่ อย่างมีเงื่อนงำมาเล่น
เป็นคำสัมภาษณ์ของเจ้าของ “ที่ดิน” เองมิใช่หรือ
มิใช่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรอกที่ #อยู่ไม่เป็น
จึงหาเรื่องทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนกัน
เป็นคนในพรรคพลังประชารัฐต่างหากที่ไม่พอใจคนในพรรคภูมิใจไทย จึงปล่อย “ของ” ผ่านสื่อในเครือข่ายออกมาเล่นงาน
เป็นพรรคพลังประชารัฐต่างหากที่ยอมรับไม่ได้กับบทบาทของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เป็นพรรคพลังประชารัฐต่างหากที่เกรงว่าบทบาทของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะมีผลสะเทือน
ผลสะเทือนเหนือกว่าใครบางคนที่รู้ๆ กันอยู่

อุปมาว่าด้วย “เรือเหล็ก” อันเข้ามาแทนที่ “เรือแป๊ะ” จากสำบัดสำนวนของ นายวิษณุ เครืองาม จึงหวนเข้ามาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
ปัจจัยอะไรที่กระทบต่อ “เรือเหล็ก” มากที่สุด
เมื่อคำตอบคือ “สนิม” ก็นำไปสู่คำถามตามมาโดยฉับพลันทันใดว่า สนิมกัดเกาะกินเรือเหล็กนั้นมีกำเนิดมาอย่างไร มาได้อย่างไร
ตอบได้เลยว่า “สนิมเกิดแต่เนื้อ ในตน”

บทความก่อนหน้านี้บทนำมติชน : อีกก้าวคดี‘บิลลี่’
บทความถัดไปก้างตำคอ : นายเสียม