ศาสนาคริสต์ : โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

การมาเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ เป็นการเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการใน 2 สถานะคือ ในฐานะของประมุขแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และในฐานะประมุขนครรัฐวาติกัน ด้วยซึ่งเป็นรัฐอธิปไตยที่ตั้งอยู่ภายในกรุงโรมอีกด้วย ดังนั้นการมาเยือนครั้งนี้ก็คือการมาเยือนของประมุขของรัฐอันเทียบเท่ากับพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีนั่นเอง

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก มีศาสนิกชนประมาณ 2.4 พันล้านคนทั่วโลก คิดเป็นประมาณ 33% หรือเกือบหนึ่งในสามของประชากรโลก และทั้งยังเป็นศาสนาประจำชาติในหลายประเทศ ดังนั้นเราควรที่จะเรียนรู้เรื่องศาสนาคริสต์ให้มากขึ้น เพราะว่าพี่น้องร่วมชาติของเรานับถือศาสนาคริสต์ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากผลสำรวจโดยองค์กรของศาสนาคริสต์ในนิกายต่างๆ เมื่อ พ.ศ.2558 พบว่าคริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทยมีจำนวนทั้งหมด 814,508 คน คิดเป็น 1.2712% ของประชากร 64,076,033 คน โดยแบ่งเป็น นิกายโปรเตสแตนต์ 444,372 คน (0.6935%) นิกายโรมันคาทอลิก 369,636 คน (0.5769%) นอกจากนี้ยังมีนิกายมอรมอน 20,730 คน

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม คือนับถือพระเจ้าพระองค์เดียว คำว่า “พระคริสต์” มาจากภาษากรีกว่า “คริสตอส” แปลว่า ผู้ได้รับการเจิม (ให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า) ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่เน้นการมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้พระเจ้าและให้มนุษย์ด้วยกัน เพราะหลักการของศาสนาคริสต์ถือว่ามนุษย์ทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้า ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่สืบเนื่องมาจากศาสนายูดาห์ ซึ่งเป็นศาสนาของชาวยิวที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ดินแดนเมโสโปเตเมีย มีหัวหน้าเผ่าชื่อ “อับราฮัม” (อับราฮัมเป็นศาสดาของศาสนายูดาห์) ได้อ้างตนว่าได้รับโองการจากพระเจ้าให้อพยพชนเผ่าไปอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า แผ่นดินคานาอัน (บริเวณประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน) โดยอับราฮัมกล่าวว่า พระเจ้ากำหนดและสัญญาให้ชนเผ่านี้เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ต่อไป การที่พระเจ้าสัญญาจึงก่อให้เกิดพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับชนชาวยิว ดังนั้นในเวลาต่อมาจึงเรียกคัมภีร์ของศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ว่า “พันธสัญญา”

ชาวยิวได้ตั้งอาณาจักรคานาอัน ต่อมาอาณาจักรนี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรบาบิโลน และเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิโรมันตามลำดับ ชาวยิวในฐานะชาวเมืองขึ้นถูกกดขี่ข่มเหงจากจักรวรรดิโรมันเป็นอย่างมากและชาวยิวก่อกบฏหลายครั้งแต่ก็ถูกปราบปรามไปทุกครั้ง ชาวยิวจึงมีความเชื่อในคำทำนายของศาสดาพยากรณ์ว่า วันหนึ่งพระเจ้าจะส่งคนลงมาช่วยเพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ยากทั้งหมดของชาวยิว หรือช่วยไถ่บาปให้กับชาวยิว เรียกบุคคลนี้ว่า “พระเมสไซอาห์” (Messiah) คำว่า เมสไซอาห์ เป็นภาษาฮีบรู ตรงกับคำว่า คริสต์ (Christ) ในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า ผู้ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวยิวมีความหวังในชีวิต เมื่อพระเยซูถือกำเนิดขึ้นมาและได้เที่ยวสั่งสอนศาสนาใหม่แก่ชาวยิว ทำให้ชาวยิวจำนวนหนึ่งจึงมีความเชื่อว่า พระเยซูคือพระเมสไซอาห์ ศาสนาใหม่ที่เรียกขานในนามศาสนาคริสต์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ได้สร้างความหวาดเกรงต่อศาสนายิวเป็นอย่างยิ่ง เหล่าผู้นำทางศาสนายูดาห์ที่ดูแลวิหารเสียผลประโยชน์และกลัวว่าพระเยซูจะแย่งบรรดาสาวกของตนไป เพราะคำสอนของศาสนาคริสต์เน้นเรื่องจริยธรรมศีลธรรมมากกว่าพิธีกรรม ซึ่งพิธีกรรมของศาสนายิว ได้แก่ การบูชาพระเจ้าด้วยการเผาเครื่องบูชา เป็นเนื้อวัว แพะ แกะ นกเขา เป็นต้น ในที่สุดผู้ปกครองชาวโรมันก็ทำการตรึงพระเยซูที่กางเขนจนสิ้นชีวิต เพราะเกรงว่าชาวยิวที่คัดค้านพระเยซูจะไม่พอใจ ชาวคริสต์ถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการแสดงความรักจากพระเยซู เพราะพระเจ้าทรงรักโลก จึงประทานพระบุตรมาไถ่บาปของมนุษย์ด้วยการสละชีวิตพระบุตรของพระองค์เอง พระเยซูเสียชีวิตเมื่อมีอายุเพียง 33 ปี ใช้เวลาในการประกาศศาสนาทั้งสิ้น 3 ปี

หลังจากการเสียชีวิตของพระเยซูแล้ว ศาสนาคริสต์ได้กลายเป็นศาสนาประจำชาติของจักรวรรดิโรมันใน พ.ศ.880 และจากนั้นได้แพร่กระจายเป็นศาสนาประจำชาติของหลายประเทศในทวีปยุโรปจนกระทั่งชาวโปรตุเกสและสเปนก็นำศาสนาคริสต์ไปเผยแผ่ที่ทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย

ตามความเข้าใจของคนไทยชาวพุทธส่วนใหญ่จะรู้จักศาสนาคริสต์เพียงแต่ว่าพวกคริสต์แบ่งออกเป็น 2 พวกคือ พวกคริสตัง คือผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในไทย ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกสตามบาทหลวงชาวโปรตุเกสที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา กับพวกคริสเตียน คือผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ จะเรียกว่า “คริสเตียน” ซึ่งเรียกตามมิชชันนารีชาวอเมริกันที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ความจริงศาสนาคริสต์แบ่งออกเป็น 3 นิกายใหญ่ๆ คือ

1) นิกายออร์ทอดอกซ์ แปลว่าถูกต้องและดั้งเดิม ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาคริสต์ในยุคแรกเริ่มโดยถือว่าคริสตจักรออร์ทอดอกซ์เป็นคริสตจักรแท้จริงเพียงหนึ่งเดียวที่ก่อตั้งโดยพระเยซู โดยสืบเนื่องมาจากลูกศิษย์ชุดแรกของพระเยซูคริสต์ มีศาสนิกชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบรรดาประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันออก เช่น กรีซ รัสเซีย โรมาเนีย ยูเครน บัลแกเรีย เช็ก สโลวัก มาซิโดเนีย ฯลฯ มีผู้นับถือนิกายนี้ประมาณ 300 ล้านคน คริสตจักรออร์ทอดอกซ์แบ่งการปกครองเป็นคริสตจักรส่วนๆ แต่ละคริสตจักรมีสังฆราชคนหนึ่งเป็นประมุข

2) นิกายโรมันคาทอลิก แปลว่าสากลเดิม ก็เป็นส่วนหนึ่งของนิกายออร์ทอดอกซ์ที่ยึดมั่นในหลักคำสอนของพระเยซูคริสต์ เคารพพระนางมารีย์และนักบุญต่างๆ ภายในโบสถ์ของนิกายนี้จะมีรูปเคารพพระเยซูคริสต์ พระแม่มารีย์ และนักบุญต่างๆ มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครรัฐวาติกัน มีพระสันตะปาปาเป็นประมุข โดยอ้างว่าสืบทอดมาตั้งแต่สมัยลูกศิษย์คนโตของพระเยซู คือนักบุญปีเตอร์เป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรก ซึ่งได้สืบทอดมาถึงพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ปัจจุบันเป็นคนที่ 266 นิกายโรมันคาทอลิกมีนักบวชเรียกว่าบาทหลวง และสมาชิกคณะนักบวชคาทอลิก นิกายนี้ถือว่าบาทหลวงเป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ มีศาสนิกผู้นับถือนิกายนี้ประมาณ 1,200 ล้านคน

3) นิกายโปรเตสแตนต์ แปลว่าคัดค้าน แยกตัวมาจากนิกายโรมันคาทอลิกใน พ.ศ.2072 เป็นนิกายที่ถือว่าศรัทธาของแต่ละคนที่มีต่อพระเจ้าสำคัญกว่าพิธีกรรม ซึ่งยังแตกย่อยออกเป็นหลายร้อยคณะ เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างในประเด็นปลีกย่อยที่กล่าวถึงในคัมภีร์ไบเบิล และการปฏิบัติในพิธีกรรม นิกายนี้ไม่มีนักบวชเพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้โดยมิต้องอาศัยบาทหลวง มีเพียงคนธรรมดาที่เป็นนักเทศน์คอยให้คำปรึกษากับผู้เชื่อ

และถือว่าพระเยซูได้ทรงไถ่บาปแก่ศาสนิกทุกคนไปเมื่อถูกตรึงกางเขนแล้ว นิกายนี้มีเพียงไม้กางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งศาสนาเท่านั้น มีผู้นับถือรวมกันทุกคณะต่างๆ ประมาณ 850 ล้านคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon