เดินหน้าชน : ‘ของขวัญปีใหม่’ : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

การตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นภาพสะท้อนการทำงานรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชัดเจนอย่างยิ่ง

ฉายารัฐบาล “รัฐเชียงกง” สะท้อนภาพรัฐบาลคล้ายแหล่งค้าขายอะไหล่มือสอง มีที่มาจากอดีตข้าราชการและนักการเมืองหน้าเดิมๆ มีพฤติกรรมเดิมๆ ขาดความน่าเชื่อถือ

ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ “อิเหนาเมาหมัด” นำสุภาษิตมาเปรียบเทียบ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เห็นชัดหลายเรื่อง ตำหนิสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สุดท้ายก็กลับมาทำเอง

แล้วไหนคำมั่นสัญญาว่าจะต้องมีการปฏิรูป ทั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรีมากี่ปี แล้วก็ยังไปไม่ถึงไหน

ไหนมีม็อบออกมาเชียร์ให้ยึดอำนาจ แล้วจะปฏิรูปประเทศ ตรงไหนล่ะที่ปฏิรูปกันบ้าง

ดูๆ ไปก็ยังสงสัยว่าเป็นการยึดอำนาจ เพื่อให้พวกพ้องของตัวเองเข้ามาอยู่ในอำนาจแทนหรือไม่

และที่ชัดกว่านั้น วาทะแห่งปี “อย่าเพิ่งเบื่อผมก็แล้วกัน ยังไงผมก็อยู่อีกนานพอสมควร”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างให้โอวาทเจ้าหน้าที่และนักกีฬาทีมชาติไทยที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62

อ้าวก็ไหนเมื่อก่อนตอนเข้ามาใหม่ๆ ใครๆ ก็ได้ยินเพลง ขอเวลาอีกไม่นาน ยังก้องหูกันอยู่เลยตอนนี้

แล้วถึงตอนนี้กี่ปีแล้วล่ะ แล้วจะอยู่อีกกี่ปี

แต่จะกี่ปีก็ช่างเถอะ ถ้าทำตามคำมั่นสัญญา เคยรับปากกับประชาชนอะไรไว้ ขอให้ทำตามคำพูด

แน่นอนว่าประชาชนไม่อยากกลับไปมีชีวิตแบบเดิมๆ ต้องมาคอยปวดหัวกับม็อบชุมนุมตามท้องถนน จะทำมาหากินก็ลำบากกันไปหมด

แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาแล้ว ก็ต้องทำเพื่อประชาชนอย่างที่พูด

อย่ามาอ้างว่าอยู่ได้เพราะไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ตราบใดถ้าคนในรัฐบาลยังมีการทุจริตกันอย่างหนักหน่วง

ในที่สุดก็ไม่ต่างจากรัฐบาลยุคเดิมๆ เหมือนในอดีตที่เคยมีคนพูดถึงรัฐบาล “พายเรือให้โจรนั่ง”

ดังนั้นในช่วงวาระดิถีปีใหม่นี้ ของขัวญที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาล พล.ประยุทธ์

คงไม่ใช่ของขวัญปีใหม่จากแต่ละหน่วยงานที่ออกมาประโคมบอกสื่อว่าจะมอบของขวัญอย่างนั้นอย่างนี้ให้กับประชาชน

เพราะสิ่งที่อ้างว่าเป็นของขวัญ ทั้งเรื่องการลดค่าน้ำมัน ตรึงค่าไฟ จัดรายการลดสินค้าราคาพิเศษ การลดค่าทางด่วน รถไฟฟ้า การจัดโปรโมชั่นให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การลดดอกเบี้ย หรืออะไรต่างๆ

สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องมีที่มาจากงบประมาณจากภาษีประชาชน

พอถึงที่สุดรัฐบาลไม่มีเงิน ก็ต้องหันมารีดภาษีจากประชาชนอยู่ดี

ส่วนอันไหนที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทาน เมื่อขอให้เอกชนลดค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง สุดท้ายก็ต้องชดเชยคืนให้เขาอยู่ดี มีหรือจะให้ฟรีๆ แถมบางทีได้เงินทอนหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ

ดังนั้นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ปีนี้

ขอให้อย่ายึดติด รู้จักปล่อยวาง

หากถึงเวลาที่รู้ว่า เกิดสิ่งไม่ดีขึ้นในรัฐบาล และไม่สามารถทำได้เหมือนอย่างที่เคยสัญญาไว้

ขอให้ลุกออกจากเก้าอี้ไปตามวิถีประชาธิปไตย อย่ายึดติดกับตำแหน่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงขึ้นในประเทศเหมือนในอดีต

เพราะหวั่นใจว่าหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จะรุนแรงกว่าเก่า เพราะต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ถึงวิธีการตอบโต้ของแต่ละฝ่ายกันมาแล้ว ดังนั้นความสูญเสียอาจจะรุนแรงกว่าเดิม

หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยึดติด ยอมถอย เมื่อถึงเวลาควรถอย อย่าปล่อยให้ความเสื่อมถอย ความเหลื่อมล้ำ หลายมาตรฐาน เกิดขึ้นถ่างกว้างไปกว่านี้

นอกจากจะเป็นการทำเพื่อประชาชนแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อตัวเองอีกด้วย

เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องประสบชะตากรรมเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีบางคน มีจุดจบที่ไม่ดีนัก

ดังนั้น “การไม่ยึดติดและปล่อยวาง” จึงเป็นของขวัญที่ประชาชนอยากได้จาก พล.อ.ประยุทธ์

ขณะเดียวกันก็เป็นของขวัญที่ประชาชน ขอมอบให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คนตามข่าว : สุรางคณา วายุภาพ เบนเข็มลุยสตาร์ตอัพ-เป้ายูนิคอร์น
บทความถัดไปเปิดเหตุผลศาลยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง’ธนาธร’ฟ้อง 7 กกต.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหุ้นสื่อ