สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ก้าว’โดยเท่าเทียม

เขียนก่อน กิจกรรม วิ่ง ไล่ ลุง และ เดิน เชียร์ ลุง จะเริ่มขึ้น

ก็หวังแบบโลกสวย ว่าแต่ละฝ่ายจะได้แสดงจุดยืนของตน อย่าง เท่าเทียม เป็นธรรม มีอารยะ

ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

ที่ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ติดขัดไปหมด

ขณะที่อีกฝ่ายได้ ไฟเขียว ตลอด

ซึ่งนี่ คงไม่ได้ หมายถึงเฉพาะกิจกรรม ที่มีในวันดังกล่าว เท่านั้น

หากแต่ ควรหมายถึง การได้เผยแพร่ แลกเปลี่ยน รณรงค์ แคมเปญอื่นหลังจากนี้ด้วย

เช่น หาก เป็นดัง “มติชน-ข่าวสด ออนไลน์” รายงานว่า มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถ เสนอเปิดวิชา “รักชาติยิ่งชีพ” ตามการเสนอ ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ได้

มหาวิทยาลัยดังกล่าว หรือที่อื่นๆ ควร เปิดหลักสูตร “รักชาติ” ในแนวทางอื่น ได้เช่นกัน

ทั้งที่ ว่าตามจริงแล้ว เห็น วิชา “รักชาติยิ่งชีพ” น่าห่วง กังวล ในหลายเรื่อง

เพราะออกไปในทาง “สุดขั้ว” อย่างยิ่ง

ตัวอย่างเช่น 18 ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะถูกเชิญมาร่วมสอน และบรรยาย

1.พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา 2.นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (พุทธะอิสระ) 3.นายเสรี สุวรรณภานนท์ 4.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ 5.พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

6.นางหฤทัย ม่วงบุญศรี 7.นายสมชัย กตัญญุตานันท์ (ชัย ราชวัตร) 8.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 9.นายกนก รัตน์วงศ์สกุล 10.นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

11.ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ 12.นางวาสนา นาน่วม 13.นายวันชัย สอนสิริ 14.นายนุรักษ์ มาประณีต 15.นายอิทธิพร บุญประคอง

16.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 17.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 18.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

ก็หลับตานึกได้ว่า เหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ จะ “สอน” อย่างไรภายใต้กรอบวิชา ที่วางไว้ ดังนี้

-ชาติและความรักชาติ บทบาทและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์

-ศาสนาประจำชาติและความเสี่ยงจากผู้บ่อนทำลาย

-เผด็จการประชาธิปไตยและทางรอดของชาติ

-ความสำคัญของการเกณฑ์ทหารและแสนยานุภาพกองทัพ

-ความสำคัญของการรัฐประหารต่อการปราบปรามคอร์รัปชั่นและปกป้องสถาบัน

-ภัยคุกคามจากแนวคิดเชิงสังคมนิยมซ้ายจัด

-สื่อสังคมออนไลน์และอันตรายจากข่าวลวง

-ระบอบการศึกษาและความจำเป็นของระบอบอำนาจนิยม

-การแบ่งแยกดินแดนและบ่อนทำลายโดยคนชายขอบ

-ลัทธิชังชาติและกลยุทธ์การรับมือ

-วุฒิสมาชิกแต่งตั้งเหมาะกับประเทศไทยอย่างไร

-องค์กรอิสระและตุลาการวิวัฒน์ผู้ปิดทองหลังพระ

-ทุนนิยมสามานย์

-คนรุ่นใหม่กับการพิทักษ์ความเป็นไทย

คิดออกมาได้อย่างไรไม่ทราบ

เหมาะสมหรือไม่ อยากให้ใช้วิจารณญาณกันเอง

ไม่อยากหนุนให้เปิด หรือค้านให้ปิด

เพราะเมื่อเสนอหลักการ ให้มีความเท่าเทียมในการแสดงออก เรียนรู้ และรณรงค์

อย่างที่ ดร.ภาคภูมิ เจ้าของไอเดีย ขายไว้ว่า

“…รายวิชานี้เป็น WIN-WIN ของทั้งสองฝั่ง ฝั่งอนุรักษนิยม WIN เพราะได้โอกาสเผยแพร่แนวคิดความรักชาติรักสถาบันในรั้วมหาลัย (ซึ่งท่านมองว่าเป็นถิ่น ‘ชังชาติ’) ฝั่งริเบอรัลก็ WIN เพราะได้โอกาสวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดนี้บนแพลตฟอร์มที่เป็นวิชาการผ่านโครงงานนิสิตในคลาส แทนที่จะได้แค่แซะกันไปแซะกันมาผ่านสื่อโซเชียล”

ก็ไม่ควรไปเสนอให้ปิดหรือเปิด ดังว่า

และควรเชื่อหลักการ คนรุ่นใหม่ ไม่ถูกชักจูงง่าย อย่างที่มีการวิตกวิจารณ์กัน

ปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ อย่างเสรี รอบด้าน

ย้ำ โดยรอบด้าน

มิใช่ ฝังหัวด้วยข้อมูลด้านหนึ่งด้านใด

เพื่อออกมาเป็นซอมบี้

หรือ ออกมาเข่นฆ่า คนเห็นต่าง ฐาน ชังชาติ

อันนั้นไม่เอาเด็ดขาด แต่ละฝ่ายควร “ก้าว” ไปโดยเท่าเทียมกัน

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

บทความก่อนหน้านี้คลังเผยประชาชนแห่กู้3หมื่นล.ใช้หนี้นอกระบบ เตรียมนำข้อมูลมาวิเคราะห์
บทความถัดไปรับศพ “กุ๊กกิ๊ก”เหยื่อไอซ์หีบเหล็กบรรยากาศโศกเศร้า