สถานีคิดเลขที่ 12 : วิชาเรียนนอกกรอบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : วิชาเรียนนอกกรอบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : วิชาเรียนนอกกรอบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

การผลักดันให้เปิดหลักสูตรวิชารักชาติยิ่งชีพ ของ ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก เป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีความคิดเห็นอย่างดุเดือดร้อนแรงจากคนในแต่ละขั้วความคิดของสังคมไทย

แรกเริ่มที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อตอนต้นเดือนมกราคม ที่อาจารย์ท่านนี้ทำเอกสารนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ได้มีปฏิกิริยาทันทีจากคนที่มีแนวคิดเสรีนิยม โดยมองว่า แค่ชื่อวิชา ก็น่าเป็นห่วงว่า นี่กำลังจะผลักดันแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง บรรจุเป็นวิชาเรียนในมหาวิทยาลัยกันแล้วหรือ รวมทั้งเห็นชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนในบางคน ก็รู้เลยว่าจะเอียงกระเท่เร่ขนาดไหน

แต่ต่อมา เกิดปฏิกิริยาอย่างเกรี้ยวกราดรุนแรงยิ่งกว่า จากผู้ที่ปรากฏชื่อ จะได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์สอนในวิชานี้ รวม 18 คน

โดยบางรายใน 18 รายชื่อดังกล่าว แสดงความไม่พอใจว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อใดๆ จาก ดร.ภาคภูมิ ผู้คิดค้นวิชานี้ แต่จู่ๆ เอาชื่อไปเสนอ และปรากฏเป็นข่าว ทำให้พวกตนเองทั้ง 18 ถูกกลุ่มคนฝ่ายหนึ่งรุมโจมตีอย่างหนัก

บางรายใน 18 ชื่อ มองถึงขนาดว่านี่เป็นเกมสกปรก

จู่ๆ ก็เอาชื่อคน 18 คนมาโชว์ให้เป็นเป้าถูกถล่มอะไรทำนองนั้น

แถมยังขุดค้นว่าจริงๆ แล้ว ดร.ภาคภูมิ ต้นเรื่องนี้ ไม่ได้มีแนวคิดชาตินิยมแบบพวกตนเองแต่อย่างใด มองว่าเป็นพวกฝ่ายโน้นต่างหาก และขมวดปมทันทีว่ามีเจตนาไม่ดีแน่ๆ

แต่ในทันทีที่กลุ่มคนใน 18 อาจารย์รับเชิญออกอาการหัวร้อนอย่างหนัก ก็ทำให้ทั่วทั้งสังคมมอง ดร.ภาคภูมิ อย่างเข้าใจมากขึ้นในฉับพลันทันทีด้วย

ทั้งน่าคิดด้วยว่า เหตุใดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักชาตินิยมสุดขั้ว จึงรู้สึกห่วงกังวลว่า จะตกเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ขณะเดียวกัน เมื่อเข้าไปศึกษาแนวคิดที่แท้จริงของอาจารย์คนนี้ จะพบว่าข้อเสนอให้เปิดการเรียนการสอนวิชารักชาติยิ่งชีพ ช่างท้าทายและแหลมคมจริงๆ

โดยต้องการให้นำความคิดเห็นอันแตกต่างในเรื่องความรักชาติ มานำเสนอในเวทีวิชาการ

เอาความคิดขัดแย้งรุนแรง มาถกเถียงกันในห้องเรียน

มหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นพื้นที่ปลอดการเมือง แต่ควรเป็นพื้นที่สำหรับเอาความขัดแย้งทางการเมืองมาขึงพืดชำแหละบนความเป็นวิชาการ

แล้วที่เน้นเชิญคนที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมทางการเมืองอย่างสุดขั้วมาเป็นผู้สอน ก็เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าในวันนี้นิสิตส่วนใหญ่วัยหนุ่มสาวมีแนวคิดลิเบอรัล

ถ้าวิทยากรมั่นใจว่า โน้มน้าวผู้เรียนให้เชื่อตามความเชื่อของตนได้ก็ควรมาสอน

ถ้านิสิตมั่นใจว่า ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีหลักการได้ ก็ควรมาลงเรียน

สรุปว่าเป็นการผลักดันวิชาเรียนแบบคิดนอกกรอบ และต้องการให้ความขัดแย้งในเรื่องความรักชาติ มาถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์เป็นวิชาการ

ส่วนที่มีความไม่พอใจว่า 18 ชื่ออาจารย์รับเชิญ ยังไม่เคยได้รับการทาบทามแต่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนนั้น ดร.ภาคภูมิก็แสดงการน้อมรับและขอโทษ โดยชี้แจงว่าเป็นเพียงแค่ร่างรายวิชาเท่านั้น แล้วนำเสนอชื่อประกอบไปเท่านั้น เมื่อยังไม่ได้รับอนุมัติก็เลยยังไม่ได้ติดต่อทาบทามใคร

โดยเตรียมเสนอให้ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยนเรศวรพิจารณา ภายในวันที่ 20 มกราคมนี้

ต้องติดตามรอฟังผลกันต่อไป อย่างน่าสนับสนุนให้เกิดมิติใหม่ๆ ในวิชาการเรียนการสอน

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

บทความก่อนหน้านี้หนุ่ม ศรราม ลั่นอย่าเพิ่งเดา ปมเงินหายครึ่งล. ปัดตอบสาวกด หลังธนาคารชี้คนใกล้ชิดทำ!
บทความถัดไปโหวต ‘ยะลา มาราธอน’ ติดโผงานวิ่งดีที่สุดอันดับ 2 ของประเทศ