สถานีคิดเลขที่ 12 : พฤติกรรมเลียนแบบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : พฤติกรรมเลียนแบบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : พฤติกรรมเลียนแบบ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

อ่านผลโพลของมติชนออนไลน์ ที่หยิบเอาเหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา จ่าปืนคลั่ง 30 ศพ นำมาสำรวจความเห็นของผู้อ่าน ตั้งประเด็นว่า หลังเหตุการณ์นี้ควรตีแผ่เรื่องราว เพื่อสรุปบทเรียน สำหรับป้องกันและรับมือในอนาคต หรือควรจะให้ผ่านๆ ไป ลืมๆ ไป ไม่ต้องพูดถึง ถือเป็นความทรงจำเลวร้ายที่ไม่ควรรื้อฟื้น

ผลโพลปรากฏว่า ในช่องทางทวิตเตอร์ เห็นว่าควรตีแผ่ 90.6% ให้ผ่านเลยไป 9.4% ส่วนทางเฟซบุ๊ก เห็นว่าควรตีแผ่ 85% ให้ผ่านเลยไป 15%

ทำให้เห็นว่า กระแสในสังคมไทยเราที่ชอบคิดแบบเดิมๆ โดยหลังเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ๆ ทุกครั้ง ก็มักเรียกร้องให้ลืมๆ กันไป จับมือกันยิ้มให้กันแล้วเดินหน้าต่อไปดีกว่านั้น

มาวันนี้คนจำนวนไม่น้อย เริ่มไม่คิดแบบเดิมๆ นั้นอีกแล้ว ถ้าไม่ค้นหาความจริง ไม่สรุปเป็นบทเรียน ให้ทุกคนได้เรียนรู้ความเจ็บปวดเลวร้ายนั้น เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก จะเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่า

การกลบฝังปัญหา ก็แค่รอเวลาระเบิดขึ้นมาใหม่

ส่วนอีกประเด็นที่หวั่นเกรงกันว่าจะทำให้เด่นดังแล้วเกิดการเลียนแบบนั้น เอาเข้าจริงๆ คงไม่มีใครยกย่องหรือเห็นด้วยกับการกระทำของ จ.ส.อ.จักรพันธ์อย่างแน่นอน เพราะไปฆ่าคนมากมายที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปมปัญหาความคับแค้นอะไรด้วย

ดังนั้น การที่ปมเดือดของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ได้รับการขุดคุ้ยและตีแผ่ ขณะที่ ผบ.ทบ.ก็ยอมรับในปัญหา สั่งการให้เร่งแก้ไข

แล้วยังขยายไปถึงการสะสางกระบวนการผลประโยชน์ต่างๆ ในค่ายทหาร ไปจนถึงรายได้นอกงบประมาณที่พรรคอนาคตใหม่เคยนำเสนอ เป็นที่ยอมรับของ ผบ.ทบ.แล้วว่า กำลังจัดการให้ถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่ว่ารายได้จากสนามมวย สนามกอล์ฟ โรงแรม และยังขยายไปถึงการจัดระเบียบบ้านพักทหารที่มีนายพลเกษียณพักอาศัยไม่ย้ายไปไหนจำนวนมากอีกด้วย

เหล่านี้คือผลพวงที่ตามมาหลังเหตุการณ์เลวร้าย

เป็นผลพวงที่จะน่าจะนำไปสู่การสร้างความถูกต้องตรงไปตรงมา เพียงแต่ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทำตามกระแสไปสักพัก

อย่างปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับทหารชั้นผู้น้อย เริ่มปะทุเป็นกระแสแผ่กว้าง ว่าเกิดขึ้นในอีกหลายๆ หน่วย หลายๆ ค่าย

จน ผบ.ทบ.ต้องประกาศตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์

ประเด็นนี้แหละ ที่น่าจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุด ในกรณีที่ไม่อยากให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจ่าปืนคลั่ง

การไปกลบเกลื่อนปัญหาที่ทำให้เกิดกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์นั่นแหละ อาจจะทำให้จ่ารายอื่นๆ ลุกขึ้นมาเลียนแบบกระทำซ้ำอีก

แต่ถ้ายอมรับปัญหา สะสางอย่างเป็นระบบ แผ่กว้างถึงทหารชั้นผู้น้อยทั้งกองทัพ ลงเอยถ้าปัญหาคลี่คลายไปได้จริง น่าจะเป็นการป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบอย่างได้ผลแท้จริง

เหตุการณ์จ่าคลั่ง ที่สร้างความสูญเสียมากมาย เป็นเรื่องใหญ่ มาวันนี้มีแนวโน้มที่ดีตามมา เมื่อได้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการแก้ไขความไม่ถูกต้อง

โดยไม่มีใครจดจำชื่อ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ไปในทางเด่นดังแล้วกลายเป็นแฟชั่นได้หรอก

แต่ก็ไม่แปลกถ้าจะจดจำชื่อ จ.ส.อ.จักรพันธ์ว่าได้เคยกระทำเรื่องรุนแรงเลวร้าย และผลพวงจากเหตุอำมหิตนี้ ทำให้มีการสะสางความเป็นไปในกองทัพอย่างไร

เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมไทยได้ถกเถียงระหว่างแนวคิดแบบเดิมๆ กับแบบใหม่

แล้วควรขยายไปทุกกรณีโหดร้ายในประวัติศาสตร์สังคมไทยทั้งหมดด้วยซ้ำ

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ปตท.รับลูก”สมคิด”เร่งลงทุน2แสนลบ.ช่วง5ปี
บทความถัดไปกัมพูชา เผยสถิติยากจนลดต่อเนื่อง ตั้งเป้า 30 ปี ลั่น 2593 ประชากรเขยิบสู่กลุ่ม ‘ผู้มีรายได้สูง’