คอลัมน์หน้า 3 : จุดไฟ การเมือง ให้ ‘ประยุทธ์’ ลาออก ปักธง ความคิด

คําประกาศโรดแมปของ “คณะก้าวหน้า” ที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

อาจเป็นเรื่องน่าหัวร่อ

เป็นเรื่องน่าหัวร่อเหมือนๆ กับเมื่อตอนที่ นายเนวิน ชิดชอบ โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ลุงเนวิน” ว่า ใครไม่ทำ GU ทำ

แล้ว ณ วันนี้เป็นอย่างไร

เหมือนกับคำประกาศโรดแมปของ “คณะก้าวหน้า” จะเป็นเรื่องของ “วัยรุ่น” ใจร้อนในทางการเมืองแต่หากย้อนกลับทบทวน

1 Flash Mob เมื่อเดือนธันวาคม 2562

ยิ่งกว่านั้น 1 Flash Mob ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องมายังต้นเดือนมีนาคม 2563

คงได้ยินเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” ดังกระหึ่ม

ในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวก่อปรากฏการณ์ Flash Mob ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งขยายตัว เติบใหญ่ อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง

เปรียบประกายไฟน้อยๆ ไหม้ลามทุ่ง

ครูบาอาจารย์ได้ตั้งวงเสวนากันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บทสรุปหนึ่ง

Flash Mob เสมอเพียงตรงปลายสุดแห่งภูเขาน้ำแข็ง

การเคลื่อนไหวอันเป็นรากฐานอย่างแท้จริงเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในพื้นที่ของ “อินเตอร์เน็ต” โดยมี “สมาร์ทโฟน” เป็นเครื่องมือ

“อินเตอร์เน็ต” คือโลกของ “คนรุ่นใหม่”

การเคลื่อนไหวของพวกเขาในเบื้องต้นอาจเริ่มจาก “เฟซบุ๊ก” แต่ที่เป็นพื้นที่ครอบครองอย่างแท้จริงกลับเป็น “ทวิตเตอร์”

นั่นคือ ชุมชน นั่นคือ ประชาคม ของคนรุ่นใหม่

ไม่ว่า #ฟ้ารักพ่อ ไม่ว่า #ไม่เอาควายแดง ไม่ว่า #รัฐบาลเฮงซวย ไม่ว่า #รัฐบาลส้น teen ล้วนมีจุดเริ่มจาก ทวิตเตอร์

ในเดือนธันวาคมจึงปรากฏเสียง “ออกไป ออกไป”

ในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” แพร่กระจายจากท่าพระจันทร์ ไปสามย่าน ไปรามคำแหง ไปศาลายา

แพร่กระจายไปเชียงใหม่ ปัตตานี อุบลราชธานี นครปฐม ชลบุรี

บทบาทของ “คณะก้าวหน้า” ที่เสนอโรดแมปเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นการสรุปรวบยอดจากกรณีแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 เป็นปริโยสาน

“ล้มละลายทางการเมือง ขาดความศรัทธาจากประชาชน”

1 เป็นการประมวลบทสรุปจากประชาคม คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน 1 เป็นการนำเสนอจากโลกของคนรุ่นใหม่ไปยังสังคมไทยโดยรวม

ยืนยัน ภารกิจในการปักธงทาง “ความคิด”

กรณีคำประกาศจาก “คณะก้าวหน้า” ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ดำเนินไปเหมือนคำประกาศของ นายเนวิน ชิดชอบ ที่ว่า ใครไม่ทำ GU ทำ

อาจมีหลายคน “หัวร่อ” ไยไพ

แต่หากประมวลสถานการณ์ตลอด 5 ปีหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กับ 3 เดือนในห้วงแห่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด

อาจมีหลายคน หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอจุฬา’ชี้ คนแพนิกเท่านั้นถึงจะรอดจริงหรือ ทำไมห้ามพูดคนหนุ่มสาวไม่ติดเชื้อ!
บทความถัดไปกนอ.ใช้มาตรการทำงานที่บ้านวันแรก ยันบริการเต็มศักยภาพ