สถานีคิดเลขที่ 12 : ในมรสุมโควิด : โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

หลายปีผ่านไป ขณะนี้เรายังอยู่กับรัฐบาลเดิม กับสถานการณ์ใหม่

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรง ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกวิ่งแตะ 8 แสนเศษๆ แล้ว เสียชีวิตแล้ว 4 หมื่นเศษ ขณะนี้ไฮไลต์ไปอยู่ที่สหรัฐ ซึ่งกำลังระดมสรรพกำลังรับมือ

ส่วนในประเทศไทย ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เปลี่ยนระบบบริหารมาเป็นศูนย์เฉพาะกิจ มีนายกฯเป็นเซ็นเตอร์

กรุงเทพฯเงียบลงเรื่อยๆ ด้วยประกาศปิดสถานที่เสี่ยง และข้อเรียกร้องให้งดการเดินทาง

ในภูมิภาค ผู้ว่าฯ แต่จะจังหวัดวิ่งสกัดไวรัสในพื้นที่ตัวเองกันจนหัวหมุน

ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังเป็นหลักสิบ ติดเชื้อเป็นหลักพันต้นๆ แต่น่าห่วงว่า จะบวกเพิ่มไปเรื่อยๆ ทุกวันอย่างนี้ หรือจะมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้กราฟดิ่งลง

และจุดเปลี่ยนนั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร

ข่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไปประสานงานในทำเนียบรัฐบาล ติดเชื้อ ทำให้ต้องทำความสะอาด ฆ่าเชื้อในทำเนียบรัฐบาลและศูนย์โควิดในทำเนียบเป็นการใหญ่ สะท้อนว่า การแพร่ระบาดมาถึงจุดที่ประมาทไม่ได้แล้วจริงๆ

การปิดเมืองหลวง ปิดจังหวัด ในขณะนี้ อาจจะหยุดเชื้อได้ในที่สุด แก้ปัญหาการแพร่ระบาดได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ ปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน

ตัวเลข 20 ล้านคนที่มาลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5 พันบาท บ่งบอกนัยยะบางอย่างอยู่

หน้าที่รัฐบาล ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาโรคระบาด แต่ยังรวมถึงการวางแผนแก้ปัญหาที่จะตามมา

แน่นอนว่าไม่ใช่งานง่าย แค่ประคองให้ผ่านไปแต่ละวันยังหืดขึ้นคอ แล้วจะวางแผนสำหรับอนาคตไหวหรือ

ไหวไม่ไหวก็เรื่องหนึ่ง แต่เป็นงานที่จะต้องจัดการให้ลุล่วงทั้ง 2 เรื่อง

โลกหลังโควิด จะไม่เหมือนเดิมอีก

เสมือนว่า ไวรัสโควิดได้เข้ามาจัดระเบียบโลกใหม่ ทำให้หลายอย่างสูญสลาย และหลายอย่างเกิดขึ้น

น่าสนใจว่า แล้วประเทศไทยหลังโควิด จะเป็นอย่างไร

เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การทำมาหากินของประชาชนจะเป็นอย่างไร ดีขึ้นหรือย่ำแย่ลง

ความเหลื่อมล้ำ จะบรรเทาหรือลดน้อยลงไป หรือจะมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกติแบบเดิมๆ

เราจะอยู่กันต่อไปในการเมืองแบบที่เป็นอยู่ หรือจะเป็นแนวทางอื่นใด

ตอนนี้ เริ่มมีผู้รู้ออกมาแสดงความคิดเห็นแล้วว่า รัฐบาลจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อรองรับปัญหา หรืออาจเป็นวิกฤต ที่เกิดจากโรคระบาด

เหล่านี้ เป็นการบ้านที่ต้องขบคิด ต้องคิด และออกแบบ หรือดีไซน์ไว้ล่วงหน้า

ความหวังก็คือ จะต้องเป็นดีไซน์สำหรับทุกคนจริงๆ

ไม่ใช่ดีไซน์เพื่อกลุ่มเหมือนที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสียสละเพื่อชาติ ลดเงินเดือนส.ส.-ส.ว.50%สู้โควิด-19
บทความถัดไป40 ปี พระมิ่งขวัญ ‘ชาว ตชด.’ หยาดพระเสโทชุบชีวิต เด็กยากไร้