นักการเมืองไทย : มีตัวตนอยู่หรือไม่… : โดย เฉลิมพล พลมุข

นักการเมืองไทย : มีตัวตนอยู่หรือไม่... : โดย เฉลิมพล พลมุข

นักการเมืองไทย : มีตัวตนอยู่หรือไม่… : โดย เฉลิมพล พลมุข

คุณภาพของประชากรที่ดีและมีประสิทธิภาพส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของนักการเมืองที่เปรียบเสมือนผู้แทนของปวงชนเข้าไปกระทำหน้าที่แทนประชาชนทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและกระบวนการแห่งความยุติธรรมหรือระบบตุลาการให้แก่ประชาชนในชาติบ้านเมืองในยามที่บ้านเมืองมีความปกติสุขและวิกฤตของชาติบ้านเมืองในวาระและโอกาสต่างๆ

ช่วงวันเวลาเกือบครึ่งของปีที่ผ่านมาสังคมโลกและสังคมไทยเราก็ได้พบวิกฤตหนึ่งก็คือการระบาดใหญ่ของเชื้อโคโรนาไวรัส ที่มีการพบในผู้ป่วยที่เมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีน หลังจากนั้นไม่นานเชื้อไวรัสดังกล่าวก็ได้ทำให้ผู้คนในประเทศต่างๆ เกือบทั้งโลกเจ็บป่วยและบางประเทศก็มีผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ในคำนิยามของ WHO หรือองค์การอนามัยโลก ได้ให้ความหมายไว้ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายแผนการปฏิบัติในการป้องกันและระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีความเคร่งครัดทั้งกระบวนการของกฎหมายและสังคมเศรษฐกิจ

สังคมไทยเราในวันเวลาที่ผ่านมาประเทศชาติต้องพบกับภาวะแห่งความวิกฤตของเชื้อไวรัสดังกล่าว รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้มีอำนาจเต็มในการลงนามประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ที่มีทั้งหมด 16 ข้อ อาทิ ห้ามประชาชนเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ปิดช่องทางการเข้ามาในราชอาณาจักร ห้ามกักตุนสินค้า ห้ามมิให้มีการชุมนุม ทำกิจกรรมหรือมั่วสุม มาตรการป้องกันโรค ผู้ใดฝ่าฝืนต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.พ.ศ.2548 และความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 41 รวมถึงความผิดใน พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยมีการบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563

นับตั้งแต่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือทั้งในมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) และประกาศใช้กฎหมายบังคับเพื่อป้องการการระบาดแพร่เชื้อโรค รวมถึงการลดจำนวนของผู้ติดเชื้อและมีระบบการดูแลรักษาที่มีความเข้มงวดในระดับสูงสุด การประกาศให้ยุติในกิจการต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ประชาชนทั่วไปทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา การศึกษา การทำมาค้าขายร้านค้าต่างๆ ที่เงียบเหงา ระบบการบิน การท่องเที่ยวรวมถึงระบบงานอื่นๆ ทำให้มีผู้คนต้องไร้การทำงาน หรืออยู่ในภาวะแห่งการว่างงาน การเยียวยาจากภาครัฐคนละ 5,000 บาทที่มีผู้ลงทะเบียนกว่า 27.5 ล้านคนทั่วประเทศ (มติชนรายวัน 17 เมษายน 2563 หน้า 3)

เราท่านได้พบเห็นถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนไทยเราที่ผิดหวังไม่มีรายชื่อเพื่อรับเงินห้าพันบาทมาจับจ่ายใช้สอยในครอบครัวในภาวะแห่งความยากลำบาก ใบหน้าที่มีน้ำตาของหลายคนที่ต่อว่าถึงระบบการบริหารจัดการของรัฐด้วยคำถามที่หลากหลาย การฆ่าตัวตายของใครบางคนเพื่อให้พ้นจากภาวะดังกล่าว มิอาจจักรวมทั้งการนำทองคำทรัพย์สินอื่นใดที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตไปจำนำและขายเพื่อประทังชีวิตและครอบครัว รัฐบาลมีความพยายามที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลระบบเศรษฐกิจในจำนวนเงิน 1 ล้านล้านบาท ตามมาตรา 172 วรรคสาม ในกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ.2560

วิกฤตของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อยู่ในสังคมไทยเรามาเป็นเวลาหลายเดือน ข้อเท็จจริงหนึ่งนอกจากนโยบายรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี การปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อให้เกิดผลแห่งความจริงจังก็คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือระบบราชการในหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา และส่วนงานอื่นๆ จนเป็นที่มาขององค์การอนามัยโลกที่ได้ชื่นชม อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทยเรากว่า 1,040,000 คน ต่างได้กระทำหน้าที่พลังฮีโร่เงียบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นค้นหา ติดตาม ให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้แก่คนในชุมชนของตนเอง ข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือเขาเหล่านั้นเป็นคนในชุมชนนั้นๆ ย่อมพบเห็นในข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในบริบทต่างๆ ของสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

ภาพหนึ่งที่เราท่านมิได้พบเห็นก็คือบรรดานักการเมืองไทยทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือที่เราท่านเรียกเขาเหล่านั้นว่า ส.ส. หรือแม้กระทั่งตำแหน่ง ส.ว. หรือนักการเมืองท้องถิ่นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดของตน ที่ออกมาให้การช่วยเหลือเยียวยาในความทุกข์ยากของประชาชน อาทิ การทำอาหารเลี้ยงหรือช่วยเหลือในวิธีการอื่นใด เงินเดือนหรือค่าตอบแทนรายเดือนที่มากกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคนต่อเดือน นักการเมืองหลายคนมีทรัพย์สินมรดกในระดับร้อยล้าน พันล้าน ภาพแห่งการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในบริบทต่างๆ ทั้งรูปธรรมและนามธรรมของนักการเมืองไทยเราในภาวะดังกล่าวหายไป คำถามหนึ่งก็คือสังคมไทยเรา ยังมีนักการเมืองที่คงทำหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและยังคงรับเงินเดือนค่าตอบแทนที่มาจากภาษีของประชาชนอย่างมีความสุขต่อไปหรือไม่…

ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นภาพลักษณ์ของนักการเมืองไทยเราบางคนก็ช่วงเวลาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อให้ตนเอง พรรคของตนได้รับการเลือกตั้ง การประกาศนโยบายการหาเสียงต่อประชาชนดูเสมือนความฝันที่เป็นจริง ความทุกข์ยากของประชาชนจะหมดหรือหายจากไป วาทกรรมการใส่ร้ายป้ายสี โจมตีอีกฝ่ายหนึ่งยังคงอยู่ในข้อเท็จจริง หลังจากนั้นเมื่อเขาได้รับการเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภาแล้ว ภาพหนึ่งปรากฏให้เราท่านได้พบเห็นก็คือการทะเลาะ ขัดแย้งกันทั้งระบบความรู้ ความคิด ความเชื่อและความเป็นจริง นักการเมืองบางคนต้องหลุดออกนอกจากระบบของการเมืองด้วยเหตุปัจจัยบางประการ บางคนก็ติดคุกตะรางและมีหลายรายที่หนีคดีความออกนอกประเทศ…

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 83 ได้ระบุถึงสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย สมาชิกห้าร้อยคนที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในจำนวน 350 คน และมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองในจำนวน 150 คน และในมาตรา 107 วุฒิสภามีสมาชิกจำนวน 200 คน ที่มีการเลือกกันเองจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ โดยอายุมีกำหนดคราวละห้าปีโดยมีผลตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผล วาทกรรมของการเมืองหนึ่งของฝ่ายเห็นต่างก็คือ บุคคลที่ได้รับคัดเลือกมาเป็น ส.ว. มาจากเผด็จการสืบทอดอำนาจ เขาเหล่านั้นต่างก็มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อให้ประชาชนได้รับความสุขตั้งแต่ระดับพื้นฐานของชีวิตในปัจจัยสี่ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่และระบบในการรักษาความเจ็บป่วย

เหตุใด ทำไมพฤติกรรมของนักการเมืองไทยเราหลายคนจึงนิ่งเงียบ ไม่ออกมาพบกับความทุกข์ร้อนของประชาชน การกระทำของนักการเมืองไทยเราบางคนยังคงอยู่ในวงเวียนแห่งความต้องการของอำนาจ ผลประโยชน์ทั้งของตนเองและพรรคพวกญาติพี่น้อง มากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่…

วาทกรรมหนึ่งที่เราท่านได้ยินก็คือ ทหารมีไว้ทำไม โรคราชการ เมื่อประเทศถึงคราววิกฤตความเป็นชาติ ศาสนาและประชาชนทั้งชาติต่างร่วมไม้ร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีในยามทุกข์ยาก คนไทยเราในเวลานี้มีคนดีหลายคนที่ช่วยเหลือไทยกันเองก็คือทีมบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เราท่านขอชื่นชมและจักอยู่ในความทรงจำที่ดีงามตลอดไป…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon