ขาไก่ขวางคอ กระดูกการบินไทย จุกอกรัฐบาล

ขาไก่ขวางคอ กระดูกการบินไทย จุกอกรัฐบาล

ขาไก่ขวางคอ กระดูกการบินไทย จุกอกรัฐบาล

ในนิยายสามก๊กฉบับหลอกว้านจง

เขียนถึงสงครามแย่งชิงแคว้นฮันต๋ง ระหว่างโจโฉฝ่ายหนึ่งกับเล่าปี่อีกฝ่ายหนึ่ง

ว่าฝ่ายแรกประสบความเพลี่ยงพล้ำ

อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า ควรจะถอยทัพกลับไปตั้งหลักในดินแดนตนเอง หรือเดินหน้าทำสงครามต่อ

จนวันหนึ่ง โจโฉสั่งการว่า “รหัสทัพ” ที่ใช้ถามตอบแสดงตนยืนยันความเป็นพวกเดียวกันในยามค่ำคืนว่า

“ขาไก่”

เอียวสิ้ว ปลัดทัพก็สั่งการให้ทหารในสังกัดเก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับ

แฮหัวตุ้น แม่ทัพหน้าได้ยินเสียงอึกทึกจึงมาสอบถาม

ได้รับคำเฉลยว่ารหัสขาไก่นั้น แสดงถึงสภาพ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ของโจโฉ แม่ทัพใหญ่

เพราะขาไก่นั้นถึงไม่เหลือเนื้อ ก็ยังดูดน้ำหวานจากกระดูกได้

จะทิ้งก็เสียดาย จะกินต่อก็ไม่มีเนื้อให้แทะแล้ว

แต่สุดท้ายก็ต้องทิ้ง

แฮหัวตุ้นได้ยินคำอธิบาย ก็สั่งให้ทหารเก็บข้าวของจนเสียงอึกทึกได้ยินไปถึงโจโฉ

เมื่อได้ยินว่าเอียวสิ้วตีความเช่นนั้น ในนิยายกล่าวว่าโจโฉโกรธจัดที่มี “คนรู้ทัน”

จึงให้ลากตัวเอียวสิ้วไปประหาร

ก่อนจะมุมานะทำสงครามต่อ

แล้วพ่ายแพ้จนต้องถอยทัพในที่สุด

วันนี้รัฐบาลไทยก็มีสภาพไม่ต่างจากโจโฉในนิยาย

ส่วน “ขาไก่” ที่ทิ่มคาคออยู่

จะกลืนต่อก็ไม่ได้ จะถ่มทิ้งก็เสียของคือ “การบินไทย”

สายการบินแห่งชาติ

ที่ผู้เชี่ยวชาญการเงินทั้งหลายเรียงหน้ากันออกมาชี้ให้เห็นว่าอยู่ในสภาพ “ล้มละลาย” ไปเรียบร้อยแล้ว

จากข้อมูลงบการเงินปี 2562

การบินไทย มีรายได้รวม 184,046 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 196,470 ล้านบาท

มีหนี้สินรวม 244,899 ล้านบาท หนี้สินกำหนดชำระใน 1 ปี จำนวน 21,731 ล้านบาท

อัตราหนี้สินต่อทุน (debt to equity) สูงถึง 14.55 เท่า

อัตราหนี้สินต่อกระแสเงินสด (debt to EBITDA) 86.43 เท่า

ขณะที่อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (debt service coverage ratio) ลดต่ำลงเหลือแค่ 0.62 เท่า

มีกระแสเงินสดจำนวน 21,000 ล้านบาท มีส่วนที่ต้องจ่ายเป็นเงินสด 11,000 ล้านบาท

ทำให้มีกระแสเงินสดคงเหลือราว 10,000 ล้านบาท

แต่มีหนี้ครบกำหนดชำระปี 2563 นี้ประมาณ 25,000 ล้านบาท จึงอาจทำให้ขาดสภาพคล่อง

ต้องกู้เพิ่มเติมมาใช้หนี้ หรือเจรจาผัดผ่อนหนี้ไปก่อน

จากสัดส่วนหนี้ต่อทุน 240,000 กับ 10,000 ล้านบาทในวันนี้

หากปล่อยให้การบินไทยล้มละลายไปต่อหน้าต่อตา

แปลว่า “เจ้าหนี้” ที่ให้กู้กับการบินไทย 100 บาท นะได้รับเงินคืนเฉลี่ยประมาณ 4 บาท

ที่น่าปวดหัว เพราะพัวพันกันเหมือนแชร์ลูกโซ่ก็คือ

ในบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้น มีสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศ 74 แห่ง ลงทุนซื้อหุ้นกู้และหุ้นสามัญของการบินไทยประมาณ 36,000 ล้านบาท

หากการบินไทยล้มละลาย

เงินลงทุนนี้ก็คือศูนย์หรือใกล้ๆ ศูนย์ดังกล่าว

ไม่แต่เท่านั้น ในหนี้สินระยะยาวกับสถาบันการเงินอีกเกือบ 100,000 ล้านบาทนั้น

เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดก็คือธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน

สองธนาคารของรัฐ

หรือจะเรียกว่าสองธนาคารของชาวบ้านก็ได้

การปล่อยการบินไทยล้มละลายต่อหน้าต่อตา

จึงไม่น่าใช่ทางออกที่พึงปรารถนาสำหรับรัฐบาล

แต่ขณะเดียวกัน การจะค้ำประกัน ให้กู้ยืม หรือเพิ่มทุนเพิ่มเติมให้การบินไทย

ซึ่งสุดท้ายแล้วมีแนวโน้มจะใช้เงินมากกว่า 150,000 ล้านบาท

หากไม่มีแผนงาน “ผ่าตัด” ใหญ่-อย่างน้อยก็ใน 23 ข้อ ที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ต้นสังกัดของการบินไทยเองตั้งข้อสังเกต

เงินก้อนนี้ก็จะเหมือน “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

เสียหายทั้งทางบริหาร

และที่ยิ่งกว่านั้นคือเสียหายทางการเมือง

ในสภาพที่การบินไทย “ล้มไม่ได้” แต่ยังไม่รู้จะเดินหน้าต่ออย่างไร

รัฐบาล-ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงและผู้ถือหุ้นใหญ่

จะดิ้นรนจากสภาพ “ขาไก่ติดคอ” ด้วยกระบวนท่าไหน

ชวนให้ติดตามยิ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เรียนวิชาโหราศาสตร์ : วีรพงษ์ รามางกูร
บทความถัดไป‘สามารถ’ ชี้ ‘ทอท.’ คือกุญแจสำคัญ ถ้าทำงานร่วมกัน จะช่วยกอบกู้ฟื้นฟูการบินไทยได้