บทนำ วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 : มุ่งประโยชน์ส่วนรวม

บทนำ วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 : มุ่งประโยชน์ส่วนรวม

บทนำ วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 : มุ่งประโยชน์ส่วนรวม

ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐมีความชัดเจนว่าต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยกลุ่มสามมิตรมีความพยายามจะผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทนนายอุตตม สาวนายน และเปลี่ยนชุดบริหารใหม่ โดยมีกระแสข่าวว่าจะผลักดันให้นายอนุชา นาคาศัย หรือนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นเลขาธิการพรรคแทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ โดยล่าสุดคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐจำนวน 18 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง เป็นผลให้ต้องมีการเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

ตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ในข้อที่ 15 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้งคณะพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (1) ครบวาระการตามข้อบังคับพรรค (2) ความเป็นกรรมการบริหารของหัวหน้าพรรคสิ้นสุดลง ตามข้อ 14 ซึ่งหมายถึง ตาย, ลาออก, ขาดจากสมาชิกภาพ, อื่นๆ ตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับพรรค (3) กรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ทั้งนี้ ในกรณีกรรมการบริหารพรรคพ้นตําแหน่งทั้งคณะ ยกเว้น (2) ให้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตําแหน่งทั้งคณะ ในกรณีที่มีเหตุให้กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตําแหน่งทั้งคณะ ให้กรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตําแหน่งทั้งคณะอยู่ในตําแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

การเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ นอกจากจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริหารภายในแล้ว ยังจะมีผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป แม้เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสงวนท่าที โดยระบุแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของพรรค แต่พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงย่อมมีผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผลต่อการบริหารประเทศ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐยังคงคุกรุ่นฝุ่นตลบ แต่ละฝ่ายต้องตอบคำถามว่าการปรับเปลี่ยนหรือไม่ปรับเปลี่ยนภายในพรรค รวมถึงการปรับเปลี่ยนหรือไม่ปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นใครได้ประโยชน์ เป็นกลุ่มผลประโยชน์ในพรรคการเมือง หรือเป็นประชาชน และประเทศชาติ พรรคพลังประชารัฐ รวมถึง พล.อ.ประวิตร หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ปฏิเสธแนวทางการเมืองก่อนการรัฐประหาร สมควรมีความชัดเจน โดยการยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลักก่อนที่จะตัดสินใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon