คือประชาธิปไตยต้องเรียนรู้ : เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

คือประชาธิปไตยต้องเรียนรู้ : เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

คือประชาธิปไตยต้องเรียนรู้ : เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองประการหนึ่งที่พวกเราประชาชนต้องรู้และเรียนรู้ คือระเบียบปฏิบัติทางการเมือง ซึ่งเป็นกติกาที่นักการเมืองทุกคนทราบ

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบ แม้แต่ผู้ที่สนใจทางการเมืองเช่นสมาชิกพรรคการเมืองยังไม่ค่อยทราบ

กรณีเริ่มตั้งแต่กรรมการพรรคการเมืองลาออกจากตำแหน่งกรรมการ เช่น กรรมการพรรคพลังประชารัฐลาออกจากกรรมการพรรคเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

ต้องขอบคุณ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อออกมาแถลงถึงกติกาการลาออกของกรรมการพรรคเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดพ้นวาระต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน

เมื่อกรรมการพรรคลาออกจากการเป็นกรรมการ อีกประการหนึ่งคือต้องพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีของกรรมการพรรค ดังนั้นต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคการเมืองอื่นต้องแล้วแต่พรรคนั้นและขึ้นกับนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไร

หรือจะมีประการใดต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกติกาข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้น

ข้อบังคับของแต่ละพรรคการเมืองซึ่งแตกต่างกันออกไป แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย

พรรคการเมืองหลักที่พรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นสมาชิกของพรรคต้องทราบ

เรื่องของการเมืองมีกฎหมายกำหนดไว้ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แล้วแยกออกมาเป็นกฎหมายรัฐสภา กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง การเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เช่นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรค ห้ามใครบ้างตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ห้ามข้าราชการและกรรมการอิสระเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เป็นต้น

แม้แต่ผู้ประกอบการอาชีพสื่อสารมวลชนเป็นหุ้นส่วนและสมาชิกพรรคการเมือง

เหล่านี้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ประชาชนต้องหมั่นศึกษารัฐธรรมนูญจะได้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง อย่างน้อยในระบบการศึกษาตั้งแต่ประถมศึกษาตอนปลายควรเรียนรู้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เพราะวันนี้เยาวชนอายุ 18 ปี ที่มีการเลือกตั้งมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งต้องเตรียมตัวสนใจการเมืองตั้งแต่กติกาในรัฐธรรมนูญ เพื่อเมื่อถึงเวลาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะได้ทราบถึงสิทธิของตน

แม้วันนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและ “เคอร์ฟิว” ซึ่งอาจจะยกเลิกในวันสองวันนี้ ในบางเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว เช่น ที่ลำปางมีการเลือกตั้งซ่อม หรือภายในไม่นานนี้จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ดังนั้น รัฐบาลควรให้ประชาชนผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้งได้มีเวลาเตรียมตัวทั้งสมัครลงเลือกตั้งหาเสียง หรือไปรับฟังการหาเสียง ซึ่งต้องชุมนุมหรือรวมตัวเกินกว่าจำนวนของสถานการณ์ฉุกเฉิน

ประการสำคัญ อย่างที่บอกไว้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องที่มีกำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เป็นเรื่องของประชาชน และเจ้าหน้าที่ดูแลให้เป็นไปตามกติกา เช่นการสวมหน้ากากอนามัย การรักษาความห่างของร่างกาย เป็นต้น ซึ่งวันนี้หลายอย่าง เช่น การนั่งรับประทานอาหาร การโดยสารรถประจำทาง รถยนต์สาธารณะ หรือการสนทนาบุคคลต่างทราบดีและรักษาตัวเองตามกติกา ซึ่งประชาชนทั่วไปดูแลสุขภาพอนามัยตามกติกาของข้อบังคับเป็นอย่างดีกว่าที่ทางราชการกำหนดเสียอีก

การเป็นประชาธิปไตยคือการเคารพกฎหมาย กติกาชั้นสูง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ การปฏิบัติตนไม่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการไม่ละเมิดซึ่งกติกานั้น และละเมิดบุคคลอื่น ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา

บ้านเมืองจะสงบตามกติการัฐธรรมนูญได้คือประการดังกล่าวเป็นสำคัญ

ดังเห็นได้จากกรณีในสหรัฐอเมริกา เมื่อเกิดเหตุจลาจล รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางจะไม่ใช้ทหารมาดำเนินการ แต่ให้ตำรวจเป็นผู้รักษาความสงบภายในตลอด

เพราะทหารมีหน้าที่ป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชนยามมีภัยพิบัติเท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon