สถานะการเมือง ภายในพลังประชารัฐ รุกหรือว่าตั้งรับ

สถานะการเมือง ภายในพลังประชารัฐ รุกหรือว่าตั้งรับ

สถานะการเมือง ภายในพลังประชารัฐ รุกหรือว่าตั้งรับ

การยุทธระหว่างกลุ่มอำนาจ “ใหม่” กับ “กลุ่ม 4 กุมาร” ภายในพรรคพลังประชารัฐเหมือนกับกลุ่มอำนาจ “ใหม่” จะเป็นฝ่ายรุก

เห็นได้จากที่ 18 กรรมการบริหารพรรคยื่นใบลาออก

นับแต่วันที่ 1 ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 13 และวันที่ 27 มิถุนายน ถือได้ว่ากลุ่มอำนาจ “ใหม่” เปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง

เห็นได้จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นหัวหน้าพรรค

เห็นได้จาก นายอนุชา นาคาศัย ได้เป็นเลขาธิการพรรค เห็นได้จาก นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้เป็นเหรัญญิกพรรค

และทำท่าจะเป็นห้วหน้า “ทีมเศรษฐกิจ” คนใหม่

กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มอำนาจ “ใหม่” สามารถรุกและยึดกุมได้ก็แต่เพียงภายในพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น

ยังไม่สามารถ “รุก” เข้าไปยัง “รัฐบาล”

แม้ว่าจะมีการประเมินอย่างต่อเนื่องว่า การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค คือ สัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี

แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่มี “สัญญาณ” อันเด่นชัด

หากดูจากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เห็นได้ว่ายังผูกพันอยู่กับ “กลุ่ม 4 กุมาร” อย่างแนบแน่น และมั่นคง

เห็นได้จากการเชิญเข้าพบและให้คำรับรอง

เป็นคำรับรองต่อ นายอุตตม สาวนายน เป็นคำรับรองต่อ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เหมือนกับที่ส่งไลน์ไปยืนยันกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

นั่นก็คือ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

จึงยังมีความมั่นใจว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังอยู่ที่เดิม จึงยังมีความมั่นใจว่า นายอุตตม สาวนายน ยังอยู่ที่เดิม จึงยังมีความมั่นใจว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ยังอยู่ที่เดิม

เท่ากับปิดประตูหากมีการรุกเข้ามาจากพรรคพลังประชารัฐ

แม้ภายหลังการประชุมใหญ่เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค เปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรค จะมีสัญญาณบ่งบอกสถานะของบางคน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ คือ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

แต่ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็มีการแปรเปลี่ยนในลักษณะถอยว่ามิได้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจระดับรัฐบาล

หากเสมอเป็นเพียงระดับพรรคพลังประชารัฐ

นั่นเพราะการตีกลับในทางสังคม นั่นเพราะเสียงยี้ที่ดังกระหึ่มมาจากบรรดา “กองเชียร์” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างพร้อมเพรียง

สำแดงให้เห็นสถานะที่แข็งแกร่งมั่นคงของ “กลุ่ม 4 กุมาร”

เกิดสถานการณ์อันปรากฏป้อมค่ายในทางการเมืองที่ประจันกันระหว่างป้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับป้อมพรรคพลังประชารัฐ

แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็ตาม

การเมืองหลังการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน จึงเป็นการเมืองในสภาพการณ์ใหม่อันแหลมคมเป็นพิเศษ

เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐจะเป็นฝ่ายรุก

แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อประสบกับร่างอันแข็งแกร่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผงาดอยู่เหนืออยู่กับเงาร่างของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และกลุ่ม 4 กุมาร

ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถ “รุก” ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกต.คาดจัดเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการ 9 ส.ค. เมิน”นิพิฏฐ์”ฟ้องเอาผิด ยันทำตามกม.
บทความถัดไปมติชนร่วมสนับสนุนฟื้นฟูประเทศ จัดสัมมนาใหญ่ “ลงทุน 2020 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างชาติ สร้างงาน”