คอลัมน์หน้า 3 : เดดล็อก การเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฐานะ หัวหน้าพรรค

เดดล็อก การเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฐานะ หัวหน้าพรรค

เดดล็อก การเมือง
จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ฐานะ หัวหน้าพรรค

ภายหลังการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

เพราะทะยานไปอยู่ในฐานะ “หัวหน้าพรรค”

ผลที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติก็คือ ทำให้สถานะการเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่เหมือนเดิม

แตกต่างไปจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ นายวิษณุ เครืองาม

หากแต่สามารถไปวางเรียงอยู่เคียงข้างกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งในอนาคตอันใกล้

พลันที่มีการปรับ ครม.ก็จะมีคำถามตามมาว่าสถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นเหมือน นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือไม่

คำถามนี้ถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าการดำรงตำแหน่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” ในจำนวน 5 คนหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นั้นเป็นไปอย่างมีความต่าง

ที่เป็น “รองนายกรัฐมนตรี” เฉยๆ มีอยู่ 3 คน

นั่นก็คือ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่นก็คือ 1 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่นก็คือ 1 นายวิษณุ เครืองาม ล้วนเป็นรองนายกรัฐมนตรีโดยไม่ควบ

ตรงกันข้ามกับอีก 2 คน

นั่นก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เหตุผลเพราะว่า 2 คนล้วนเป็น “หัวหน้าพรรค”

ความเป็นจริงที่สังคมรับรู้ร่วมกันว่า นับแต่วันที่ 27 มิถุนายนเป็นต้นมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

แล้วจะยังเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” เฉยๆ อยู่อีกหรือ

ปมเงื่อนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มิได้อยู่ที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความต้องการ หรือไม่มีความต้องการ

หากแต่อยู่ที่สถานะแห่งความเป็น “หัวหน้าพรรค”

ทั้งมิได้เป็นหัวหน้าพรรคอย่างธรรมดา เพราะพรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.อยู่ในมือมากกว่า 100 และอยู่ในฐานะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

จำนวน ส.ส.ในมือนั่นแหละคือ “พลัง”

หากเสียงร้องทวงคืนโควต้ารัฐมนตรีที่เคยเป็นของ “กลุ่ม 4 กุมาร” ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ประเมินได้เลยว่าเสียงร้องทวงคืนตำแหน่งให้กับ “หัวหน้าพรรค” ก็จะต้องกระหึ่ม

นี่คือสภาพที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เป็นการทวงถามไปยัง “นายกรัฐมนตรี” เป็นการทวงถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการทวงถามไปยัง “กลุ่ม 4 กุมาร” ที่มิได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกแล้ว

เสียงของ ส.ส.มากกว่า 100 ดังแค่ไหนคงได้ยินในอีกไม่นาน

ประเด็นทางการเมืองในการปรับ ครม.ครั้งใหม่จึงมิได้มีแต่เรื่องของ “กลุ่ม 4 กุมาร” เท่านั้น หากแต่ยังมีเรื่องเกี่ยวพันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ด้วย

เนื่องจากตำแหน่ง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

เนื่องจากการเปรียบเทียบกับรองนายกรัฐมนตรีอันเป็นของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรีอันเป็นของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เป็นคำถามโดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon