สถานีคิดเลขที่ 12 : ถอดชนวนยังไง : โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

สถานีคิดเลขที่ 12 : ถอดชนวนยังไง : โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

ถอดชนวนยังไง

รัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นชนวนปัญหาการเมือง

ตอนเลือกตั้ง หลายพรรคใช้ประเด็นจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้เสียงสนับสนุนไปไม่น้อย

พรรคประชาธิปัตย์ใช้ประเด็นนี้ ต่อรองเข้าร่วมรัฐบาล แต่ต้องเขียนนโยบาย ยืนยันว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทำให้ 1 ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้ มีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย

นำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งข่าวว่าเร่งเครื่องพอสมควร แต่มาสะดุดกับโควิด งดประชุมไปเป็นเดือน

ล่าสุดออกมาแถลงว่าทำงานลุล่วงไป 90% แล้ว เดือน ก.ย.คงเสนอผลการศึกษาต่อสภาได้

โดย กมธ.เห็นว่า ควรแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ขณะที่มีความเคลื่อนไหวแฟลชม็อบ ของนักเรียนนักศึกษา เรียกร้อง 3 ข้อ

2 ใน 3 ข้อ คือให้แก้รัฐธรรมนูญ แล้วยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่

สังเกตจากการชุมนุมที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเหยียบคันเร่ง เพิ่มสปีดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญ 2560 และกติกาประกอบ มีส่วนกำหนดบรรยากาศการเมือง บรรยากาศของสังคมอย่างมาก

คนรุ่นเก่าบางส่วน ที่คุ้นเคยกับการเมืองแบบไทยๆ คุ้นเคยกับการยึดอำนาจ เปิดเพลงมาร์ช รถถังวิ่งขึงขัง ฉีกรัฐธรรมนูญ ประกาศปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ตั้งเกจิหน้าเดิมๆ
มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ยิ่งร่างยิ่งพิลึก ดีไซน์เพื่อพวกเราหรือพวกนั้นพวกนี้ อาจรู้สึก “ชินชา” หรือไม่เดือดร้อน

แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ค้นคว้าหาความรู้ได้กว้างขวางจากเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ต้องการมีส่วนกำหนดสภาพบ้านเมือง เพื่ออนาคตที่ดี ดูอาการแล้ว ไม่ยอมชินชาด้วย

ปฏิกิริยาจากเจ้าของประเทศที่เป็นคนอีกรุ่นที่ขยายตัวไปเรื่อยๆ และแรง เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

รัฐบาลเองคงเข้าใจสภาพที่เกิดขึ้น เพราะนายกฯเอง ได้ออกมารับลูกสนับสนุนการแก้ไขตามแนวของ กมธ.วิสามัญ โดยจะเสนอร่างแก้ไขของรัฐบาลเองด้วย ในสมัยประชุมหน้า

และมีการปิดห้องหารือ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าพรรค ปชป.และภูมิใจไทย

ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่รัฐบาลจะร่วมกระบวนการแก้ไขครั้งนี้

เพื่อยืนยันความตั้งใจ รัฐบาลน่าจะส่งสัญญาณไปยัง ส.ว.ที่ยังคัดค้าน และเจ้าหน้าที่รัฐที่ยังไล่บี้นักเรียนนักศึกษาที่ออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบ

ถ้าพร้อมจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ยังคุกคามผู้เห็นต่าง ก็ดูย้อนแย้งเป็นเกมการเมืองอย่างไรชอบกล

แทนที่จะถอดชนวนระเบิด กลับจะทำให้วงจรระเบิดซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

วรศักดิ์ ประยูรศุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น้ำท่วม ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำลาวอ่วม! บ้านเรือน-พื้นที่การเกษตรเสียหาย
บทความถัดไปด่วน! “บิ๊กตู่” เผยทูลเกล้าฯ ครม.ใหม่แล้ว