สถานีคิดเลขที่ 12 : รัฐธรรมนูญกับปากท้อง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : รัฐธรรมนูญกับปากท้อง มีการตั้งคำถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญ

สถานีคิดเลขที่ 12 : รัฐธรรมนูญกับปากท้อง

มีการตั้งคำถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องอะไรกับประชาชน แก้แล้วจะทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นหรือเปล่า โดยคำถามเหล่านี้มาจากสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลบางราย ซึ่งยกขึ้นมากล่าวในที่ประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

ผู้ตั้งคำถามดังกล่าว ต้องการจะบอกว่า ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับประชาชน จะเสียเงินเสียทองเสียเวลาไปทำไม

อยากจะตอบว่า การแก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแน่นอน

ดังที่กล่าวกันว่า การเมืองดี เศรษฐกิจย่อมดี ดังนั้นถ้ารัฐธรรมนูญดี ปากท้องชาวบ้านก็ย่อมดีด้วย

ไม่ต้องมาอ้างหรอกว่า สังคมไทยมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เราควรมีการเมืองที่เป็นแบบฉบับของเราเอง อย่าไปตามอย่างประชาธิปไตยตะวันตกเลยนั้น

เป็นข้ออ้างของกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเรามีประชาธิปไตยเสรี ก็เลยมีการเมืองมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแต่เปลือก

เพราะการเมืองที่ดี หรือรัฐธรรมนูญที่ดี คือการเมืองที่มีกฎกติกาเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจการเมืองอย่างแท้จริง

เอาง่ายๆ คำว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจแท้จริง ก็คือ เมื่อชาวบ้านเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง ผลคะแนนที่มาจากมือประชาชนออกมาเช่นไรก็ต้องเป็นไปตามนั้นส่วนใหญ่เลือกพรรคไหนจนได้ ส.ส.มากสุด ก็มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล และได้เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีบทเฉพาะกาล ให้ 250 ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็คือเสียงชี้ขาด เพราะ 250 เสียงนี้ไม่มีแตกแถว จึงมีผลให้เสียงของประชาชน ที่แห่กันไปกาบัตรนั้น ไม่สามารถชี้ขาดนายกฯและรัฐบาลได้

เมื่อเป็นรัฐธรรมนูญลักษณะล็อกทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้า ก็เพื่อจะควบคุมอำนาจการเมืองเอาไว้ในมือของคนกลุ่มเดียว จึงไม่ใช่การเมืองที่เสรี ผลก็คือ ได้รัฐบาลที่ไม่มีคนหลากหลาย ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่มากวิสัยทัศน์มองกว้างไกล มาวางแนวทางนโยบาย ปลุกเศรษฐกิจ ชุบชีวิตประชาชนให้ลืมตาอ้าปากได้

ภาพรวมการเมืองปัจจุบันมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

ยิ่งมีวิกฤตโควิดเข้ามากระหน่ำซ้ำเติม ฉุดให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก ซึ่งผู้รอบรู้ด้านธุรกิจเงินทองล้วนชี้ว่า ปลายปีนี้หนักหน่วงแน่ ด้วยปัญหาที่สะสมมาเรื่อยๆ จากช่วงโรคระบาด กำลังจะระเบิดออกเป็นสึนามิเศรษฐกิจ

สถานการณ์ที่หายนะรออยู่เบื้องหน้า จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีนักบริหารประเทศชาติ ระดับคิดค้นสร้างนโยบายพลิกโฉมเศรษฐกิจ มีโครงการระดับเขย่าประเทศเขย่าภูมิภาค ปลุกธุรกิจการค้าชุบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังยากลำบากได้อย่างคาดไม่ถึง อะไรแบบนั้น

ในความจริงของวันนี้ เราเปิดกว้างให้ได้คนเก่งกาจสามารถ มีมันสมองก้อนโตฉลาดหลักแหลม เข้ามาร่วมทำงานได้หรือไม่

ทอดสายตามองไปทั่วโลก มีแต่ประเทศที่การเมืองเป็นประชาธิปไตยเสรีนิยม ไม่มีอำนาจอื่นใดมาแทรกแซง ไม่มีการรัฐประหารล้มรัฐบาลบ่อยๆ

ไม่ต้องยุโรปก็ได้ เอาแค่ในเอเชีย ก็เห็นๆ กันอยู่ ประเทศไหนที่หลุดพ้นจากวงจรทหารแทรกแซงการเมือง อย่างเช่น เกาหลีใต้ ก็ยกระดับรุดหน้าไปไกลทันที

ดังนั้น การเมืองดี รัฐธรรมนูญดี จึงเกี่ยวกับปากท้องประชาชนอย่างแน่นอน

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : ฝนเป็นเหตุ
บทความถัดไปงานงอก! ศรีพันวา อธิบดีดีเอสไอ ประสานที่ดินขอดูโฉนด “วีระ”ร้องให้เช็กที่มาเอกสารสิทธิ์