เป็นไป ตามเป้า สกัด คณะราษฎร 2563 ภาวะ ‘ฉุกเฉิน’

เป็นไป ตามเป้า สกัด คณะราษฎร 2563 ภาวะ ‘ฉุกเฉิน’

เป็นไป ตามเป้า
สกัด คณะราษฎร 2563
ภาวะ ‘ฉุกเฉิน’

ไม่ว่าใครที่ผ่านสถานการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 ไม่ว่าใครที่ผ่านสถานการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

ย่อมกระสาได้ใน “กลิ่น”

ยิ่งเมื่อผ่านสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ยิ่งเมื่อสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ยิ่งกระสาได้ใน “กลิ่น”

นั่นก็คือ กลิ่นของการเอาจริงต่อการชุมนุม นั่นก็คือ การเข้าสลายและอาจนำไปสู่การจับกุมคุมขังบรรดาแกนนำอันเป็น “เป้าหมาย”

นั่นก็คือ กลิ่นอันอาจเกิด “รัฐประหาร” ยึดอำนาจ

อาจเพราะ “กระสา” ในกลิ่นอันโชยกรุ่นมาหนาแน่นและรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ แกนนำ “คณะราษฎร 2563” จึงประกาศสลายการชุมนุมเมื่อ 02.00 น.

แล้วในตอน 04.00 น.ก็มีการประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ในแบบเข้ม

ไม่ต้องเป็น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งรอบรู้ในทางประวัติศาสตร์ ไม่ต้องเป็น นายอานนท์ นำภา ซึ่งคร่ำหวอดในการเป็นทนายสิทธิมนุษยชน

เมื่อเห็นท่วงท่าอาการของ “ขุนพล” ระดับเอ้

ไม่ว่าจะเป็นระดับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าจะเป็นระดับ นายสุวิทย์ อ้อน้อย ไม่ว่าจะเป็นระดับ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

ย่อมเหมือนกับเป็น “ฟ้าแลบ” ซึ่งจะตามมาด้วย “ฟ้าร้อง”

ยิ่งมีภาพหน่วยคอมมานโดปราบจลาจล ตบเท้าเข้าแถว พลันที่เห็น ไผ่ ดาวดิน ปรากฏเงาร่างขึ้นในพื้นที่ใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

และตามด้วยการบุกเข้ารวบตัวบนรถเครื่องเสียง

ความขึงขังไม่ว่าจะมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ความเคร่งครัดในการตบเท้าของหน่วยคอมมานโดย่อมเป็น “สัญญาณ” อย่างเด่นชัด

ชัดถึงความเข้มที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน

ที่เห็นเป็นเรื่องแปลกอย่างเหลือเชื่อก็คงเป็นความสุขุมของ “คณะราษฎร 2563” ซึ่งยังดำรงจุดมุ่งหมายในการเคลื่อนไหวของตนเอาไว้ครบถ้วน

เปลี่ยนเวลาจาก 14.00 เป็น 08.00 น.

เมื่อมวลชนทยอยเข้าร่วมมากขึ้น มากขึ้นก็เปิดปฏิบัติการยึดคืน “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” อันถือว่าเป็นเป้าหมายแรกในทางการเมือง

จากนั้นก็เคลื่อนขบวนไปยังสะพานผ่านฟ้า

จากตอนบ่าย 2 โมงใช้เวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมงกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ 2 นั่นก็คือ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล

ทุกอย่างล้วนเป็นการเคลื่อนไหวในเชิง “สัญลักษณ์”

อย่าได้แปลกใจหากว่าในเวลา 02.00 น.ของวันที่ 15 ตุลาคม นายอานนท์ นำภา ก็ประกาศสลายการชุมนุมและค่อยทยอยกลับคืนไปยังแต่ละเคหสถาน

ที่อ่อนไหวเป็นอย่างมากคือกำหนดนัดหมาย ณ ราชประสงค์

สถานการณ์นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม กระทั่งตอนรุ่งสางของวันที่ 15 ตุลาคม ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนประสานกับแต่ละยุทธการอย่างเป็นระบบ

เป้าหมายของ “รัฐบาล” เด่นชัด

ขณะเดียวกัน เป้าหมายของ “คณะราษฎร 2563” ก็มีความเด่นชัด เพียงแต่เกิดคำถามขึ้นว่าจะสามารถบรรลุได้โดยราบรื่นหรือไม่

ยังต้องดูสถานการณ์ที่ “ราชประสงค์” ประกอบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กมธ.แก้รธน.ขอขยายเวลาออกไป 15 วัน เหตุถูกให้งดประชุม 2 วัน
บทความถัดไปกระทรวง พม. เชิญชวนคนไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ที่มีต่อคนไทยมายาวนาน