ปลายหอกคมแหลม ยอดอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แข็งแกร่งและมั่นคง

ปลายหอกคมแหลม ยอดอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แข็งแกร่งและมั่นคง

ปลายหอกคมแหลม ยอดอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แข็งแกร่งและมั่นคง

คล้ายกับการปรากฏตัวของ “คนเสื้อเหลือง” ที่มาตั้งหลักรออยู่บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ทำให้ “พื้นที่” การชุมนุมของ “ราษฎร” ต้องเปลี่ยน

ไม่เพียงแต่ “จุดเริ่มต้น”

นั่นก็คือ มิได้เป็น ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เหมือนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม มิได้เป็น ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เหมือนเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

ยิ่งกว่านั้น “เป้าหมาย” ก็เปลี่ยน

มิได้เป็นบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเหมือนเมื่อ 2 คราวที่แล้ว หากแต่เป็นสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย

กระนั้น “ธง” ซึ่งเคยตั้งเอาไว้ มิได้เปลี่ยน

ยังคงเป็นการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพอันมาพร้อมกับกระบวนการรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ต้องพ้นไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็น “เป้าหมาย”

ความจริง บทสรุปที่ว่าไม่ควรเป็นการชุมนุม ณ บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย เริ่มมาจากบทเรียนที่ได้จากสถานการณ์เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายนมาแล้ว

นั่นก็คือ รัฐสภามิได้เป็น “คำตอบ”

ในเมื่อที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงในรัฐสภา 1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านการลงนามแต่งตั้ง 250 ส.ว.มากับมือของตนเอง

1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

สถานการณ์การประชุมรัฐสภาในคืนวันที่ 24 กันยายน สะท้อนออกอย่างเด่นชัดผ่านบทสรุปที่ว่าเป็นคืนแห่งการหลอกลวง

แล้วการชุมนุมหน้า “รัฐสภา” จะมีความหมายอะไร

ตรงกันข้าม การปักหลักจุดเริ่มต้นที่สามย่าน บริเวณใกล้เคียงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วเคลื่อนไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยต่างหากจะเหมาะสมกว่า

เป้ายังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แม้ยังมิอาจจะฟันธงได้ว่าสถานะทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับแต่เกิดปรากฏการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนตุลาคม

แต่เสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” นั้นชัด

ขณะเดียวกัน การรุกไล่ไปยังพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา เริ่มรุนแรง

รุนแรงจนจำเป็นต้อง “แถลงการณ์”

แม้ว่าในเบื้องต้นจะยังยืนยันในหลักการ “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๊ย” แต่การกดดันผ่านการชุมนุมและเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” ก็ใช่จะไร้ความหมาย

ความต่อเนื่องและลักษณะ “ขยายตัว” นั่นแหละสำคัญ

การดำรงอยู่อย่างมีพัฒนาการ เติบใหญ่ ทั้งในทาง “ปริมาณ” และในทาง “คุณภาพ” ของการเคลื่อนไหวต่างหากที่จะสำแดงพลานุภาพออกมา

บรรยากาศในวันที่ 26 และวันที่ 27 ตุลาคม คือปัจจัยหนึ่ง

ปมเงื่อนที่จำเป็นต้องพิสูจน์ในท่ามกลางการเคลื่อนไหวยังอยู่ที่ว่า การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการดำรงอยู่บนเจตนาประสงค์ใด

เพื่อตนเอง เพื่อพวกพ้อง ซึ่งอยู่บนหลัง “เสือ”

หรือว่าเป็นการดำรงอยู่อย่างสามารถแก้ปัญหาของบ้านเมือง สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนอย่างเป็นจริง

นี่คือโจทย์ทางการเมืองอันแหลมคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปารีส-รีล มาดริด-ยูเวนตุส’ จับตาอนาคต ‘ป๊อกบา’ หวังแย่งเข้าทีมซัมเมอร์หน้า
บทความถัดไปว่ายน้ำไทยดึงโค้ชออสซี่ ร่วมเฟ้นนักกระโดดน้ำสายเลือดใหม่ เตรียมลุยศึกซีเกมส์