สถานีคิดเลขที่ 12 : วิธีดูม็อบ

สถานีคิดเลขที่ 12 : วิธีดูม็อบ เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียว สหรัฐอเมริกา

สถานีคิดเลขที่ 12 : วิธีดูม็อบ

เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียว สหรัฐอเมริกาจะได้เปลี่ยนตัวผู้นำแล้ว ซึ่งนั่นมีความหมายกลายๆ ว่าเป็นการเปลี่ยนผู้นำโลกด้วย

แม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอเมริกาเสียรังวัดในฐานะผู้นำโลกไปมาก ช่วง 4 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง แถมส่งท้ายอย่างเจ็บแสบเมื่อม็อบที่สนับสนุนท่านบุกเข้าไปอาละวาดถึงในอาคารรัฐสภา กลางกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย เป็นข่าวตกตะลึงไปทั่วโลก

สื่อฝรั่งรายงานจับอาการโซเชียลจีน ออกแนวล้อเลียนกันอย่างสนุกเพื่อเยาะเย้ยอเมริกาว่า… เป็นไงล่ะฮีโร่ประชาธิปไตยของม็อบฮ่องกง พร้อมเปรียบเทียบกับภาพถ่ายผู้ประท้วงฮ่องกงที่บุกสภานิติบัญญัติเมื่อปี 2562

ส่วนสื่อชาตินิยมจีนใช้คำพาดหัวว่า “กรรมสนอง” เพื่อจะบอกว่า นี่แหละเป็นเวรกรรมที่สหรัฐสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกง ทั้งที่สองม็อบนี้เป็นคนละขั้ว ระหว่างฝ่ายไม่เคารพประชาธิปไตยกับฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ด้านผู้ติดตามข่าวที่เมืองไทยก็คอมเมนต์ว่า เหตุการณ์ที่อเมริกาดูคุ้นๆ เหมือนกันหลายๆ คนนึกถึงภาพม็อบบุกทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2551 บ้างก็นึกถึงม็อบบุกกระทรวงการคลังเมื่อปี 2556

แต่ก็ดันมีบางคนคิดสลับขั้ว กลับตาลปัตรไปเปรียบเทียบการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนนักเรียนนักศึกษาเมื่อปีที่แล้ว ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง คนละอุดมการณ์ คนละแนวทาง

ความจริงแล้ววิธีคัดแยกม็อบหรือผู้ประท้วงเพื่อจะเปรียบเทียบกันนั้นดูไม่ยาก

ผู้ชุมนุมที่ประท้วงอย่างสันติ ส่วนใหญ่ก็ใช้ปราศรัย แสดงออกทางสัญลักษณ์ จะมีกิมมิกหรือไม่มีก็ได้ แต่ที่ต้องมีคือเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าตกลงจะเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร

อย่างเมื่อปีก่อน นักเรียนหรือนักศึกษาที่ไปวิ่งร้องเพลงแฮมทาโร่ ผูกโบสีขาว ใส่ชุดไดโนเสาร์ หรือแบกเป็ดเหลือง ล้วนเรียกร้องว่าต้องปฏิรูปการศึกษา เลิกบังคับกดขี่สิทธิเสรีภาพอันพึงมีของนักเรียนผ่านทรงผมบ้าง เครื่องแบบบ้าง หันไปใส่ใจปรับการเรียนการสอนให้เท่าทันโลกจะดีกว่า

ผู้ประท้วงรุ่นเยาว์เหล่านี้เดินทางไปหน้ากระทรวงศึกษาฯหลายครั้ง แต่ไม่เห็นมีใครแสดงท่าทีว่าจะบุกเข้าไปทำลายข้าวของในอาคาร

ถ้าไปเทียบกับบรรดารุ่นใหญ่ที่เคยบุกทำเนียบเพื่อให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ หรือบุกกระทรวงการคลังเพื่อขวางการจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาแล้ว ก็จะเห็นได้ชัดว่าคนละแนวทางอย่างสิ้นเชิง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปรียบเทียบม็อบขวาจัดของอเมริกาที่เพิ่งก่อเหตุอาละวาดเมื่อต้นปี กับม็อบขวาจัดหรือเอียงขวาของไทยก็ไม่ใช่ว่าจะลงล็อกเหมือนกันไปหมด

เพราะสิ่งที่ม็อบบุกสภาสหรัฐไม่มีแน่ๆ คือ ไม่มีเส้น

ดังนั้นแต่ละคนที่โผล่หน้าออกสื่อไปแล้ว ต่างก็โดนดำเนินคดีกันถ้วนหน้า ถูกตั้งข้อหาไปแล้วนับสิบราย

ไม่มีทางที่บุรุษใส่หมวกขนสัตว์และมีเขาสูงจะผันตัวมาตั้งพรรคการเมืองจนฝ่าด่านเข้ามาเป็นสมาชิกสภาคองเกรสได้ ส่วนคุณลุงที่บุกเข้าไปในห้องประธานสภาผู้แทนฯ แล้วนั่งเอาเท้าพาดโต๊ะสบายใจเฉิบนั้น ไม่มีทางจะผันไปเป็นใหญ่เป็นโตถึงขั้นเป็นรัฐมนตรีได้ ต่อให้สมาชิกในครอบครัวทรัมป์กลับมามีอำนาจทางการเมืองในอนาคต

ไทยแลนด์โอนลี่คือโอนลี่จริงๆ

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำ : แสงไฟบนดอย
บทความถัดไป‘เทพไท’ เสนอรัฐแจกเงิน 3,500 บาทต่อคน 3 เดือน ใช้ฐานเยียวยาตามบัญชีทะเบียนบ้าน