คอลัมน์หน้า 3 : ละเอียด คมแหลม ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

คอลัมน์หน้า 3 : ละเอียด คมแหลม ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

ละเอียด คมแหลม
ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

ภายหลังการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อ นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคเสรีรวมไทย

ก็อยู่ ณ ที่ตั้งด้วยความสงบ

อาจจะมีแถวหน้าอย่าง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ออกมาพูด อาจจะมีระดับเลขาธิการอย่าง นายชัยธวัช ตุลาธน ออกมาชี้แจง

แต่บรรดา “ดาว” ทั้งหลาย “เงียบ”

เป็นความเงียบทั้งในด้านของพรรคเพื่อไทย เป็นความเงียบในด้านของพรรคก้าวไกล เป็นความเงียบทั้งในด้านของพรรคเสรีรวมไทย

ตรงกันข้าม ที่ออกมาเอะอะโวยวายกลับเป็นฝ่าย “รัฐบาล”

สัมผัสได้จากอาการของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ สัมผัสได้จากความพยายามจะขยายประเด็นของ นายสิระ เจนจาคะ

ต่างปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

มิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย หากบรรดาแต่ละคนภายในพรรคพลังประชารัฐจะออกมาแวดล้อมอยู่โดยรอบเงาร่างของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

หากอ่าน “คำฟ้อง” ก็จะต้องเอามือ “ทาบอก”

ไม่ว่าจะเป็น “บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม

ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ”

เท่านั้นไม่พอยังเน้น “มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง

ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก

ทั้งหมดเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของตนเอง มีการใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตแพร่กระจายไม่ต่างจากโรคระบาด

จนได้ชื่อว่าเป็นยุคที่การทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด”

กระนั้น หากจับจาก “ปฏิกิริยา” อันมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อว่าหากมีการอภิปรายทั่วไปในทางเป็นจริงก็จะก่อให้เกิดสภาพโกลาหล

นั่นก็จับได้จาก “เนื้อความ”

“ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน

นำสถาบันเป็นข้ออ้าง เพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน

ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน”

เห็นได้จากมีความพยายามเรียกร้องจากวิปรัฐบาล จากพรรคพลังประชารัฐให้มีการทบทวน “เนื้อความ” ภายในญัตติใหม่

แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ “ประธาน”

ถามว่าความน่ากลัวเป็นอย่างมากอยู่ตรงไหน ตอบได้เลยว่า ความน่ากลัวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการอภิปรายทั่วไปที่เป็นจริงในที่ประชุมสภา

พลันที่มีการยก “รูปธรรม” ขึ้น

เพราะเป็นรูปธรรมไม่เพียงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หากแต่ยังเป็นรูปธรรมในห้วงหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562

ปลายหอกล้วนพุ่งเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ภาคีนักกฎหมายสิทธิฯ แถลงประณาม ‘ความรุนแรงจากรัฐ’ จวก ตร.กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจเกินสัดส่วน
บทความถัดไปสร้างรายได้! ‘อนุทิน’ หนุนวิสาหกิจชุมชนลำปาง ปลูก-เก็บเกี่ยวกัญชา ส่งแปรรูปเป็นยาแผนไทย