แฟลชสปีช : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยงใน‘ตัวช่วย’แข็งแกร่ง

แฟลชสปีช : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยงใน‘ตัวช่วย’แข็งแกร่ง

แฟลชสปีช : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยงใน‘ตัวช่วย’แข็งแกร่ง

ใครที่พอมีวิชา “หมอดูลายมือ” จะรู้ว่ามีเส้น เส้นหนึ่งที่เรียกว่า “เส้นอุปถัมภ์” เป็นเส้นที่พาดจากบนลงล่างขนานกับ “เส้นชีวิต”

“เส้นอุปถัมภ์” นี้หากใครมีตามตำราจะบอกไว้ทำนองว่าชีวิตเข้ามุมอับยาก เข้าไปเมื่อไรจะมี “ตัวช่วย” ให้เด้งกลับมารอดปลอดภัยได้ เป็นปกติได้เสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ไม่ว่าลายมือของ “พล.อ.ประยุทธ์” จะมี “เส้นอุปถัมภ์” ที่บ่งชี้ถึงการดำรงอยู่ของ “ตัวช่วยในชะตาชีวิต” หรือไม่ก็ตาม แต่เรื่องราวที่ปรากฏกับความเป็นไปของ “บิ๊กตู่” กลับสะท้อนให้เห็นชัดเจนยิ่งว่าเป็นชะตาที่อยู่ภายใต้ “การช่วยอุปถัมภ์ที่แข็งแกร่งยิ่ง”

อย่าว่าแต่ใน “3 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ซึ่งเป็น “น้องเล็กสุด” กลับมานั่งเป็น ผบ.ทบ.ในจังหวะพอดีที่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยถูกทำให้สุกงอมเต็มที่ให้ถูกปลดหล่นจากขั้วอำนาจเปลี่ยนรู้ความงอกงามของ “เผด็จการ” ที่เปิดโอกาสให้ “ผู้นำกองทัพ” ทำรัฐประหารยึดอำนาจได้อย่างง่ายดายเท่านั้น

สภาพของ “พรรคการเมือง” ยังถูกทำให้อยู่ในโซนลบด้วยภาพลักษณ์เสื่อมทรุดสุดขีด ทำให้ “การยึดอำนาจด้วยกองกำลังและอาวุธ” กลายเป็น “ความชอบธรรม” ในความรู้สึก นึก คิดของคนกลุ่มใหม่ที่มากพอจะทำให้ประเทศอยู่ในกระแสยอมรับอำนาจเผด็จการ จนกลบเสียงของกลุ่มคนที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยให้เบาจาง

เหมือนสภาวะทางการเมืองจัดเตรียมการประเคนอำนาจให้ “พล.อ.ประยุทธ์” อย่างพรั่งพร้อม โดย “ตัวช่วย” ที่อธิบายอย่างเฉพาะเจาะจงว่า “เป็นใครมาจากไหน”

หลังจากนั้นการทำงานแบบชะตากรรมที่ได้รับการอุปถัมภ์จากบางสิ่งบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ว่าเป็นอะไร ยังผลต่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ให้เด้งออกจากมุมอับได้เสมอ

อย่างสถานการณ์การชุมประท้วงที่นำโดย “เยาวชนคนรุ่นใหม่” ที่ลุกลามไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในสถานศึกษาทุกระดับจนทำท่าจะควบคุมไม่ได้ ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วกับเกิดสถานการณ์ระบาดของ “โควิด-19” ที่ทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินที่ผสมกับความกลัวติดเชื้อแล้ว ทำให้การรวมตัวเรียกร้องประชาธิปไตยซึ่งพุ่งเป้าไปที่การกดดันให้ “นายกรัฐมนตรีลาออก” หยุดชะงักยาวไป จนสิ้นพลัง พร้อมกับอำนาจรัฐสร้างระบบตั้งรับขึ้นมาควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จถึง 2 ครั้งติดๆ

กระทั่งในช่วงนี้ “อิทธิพลของสภาวะอุปถัมภ์” ที่มีต่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็ดูเหมือนจะยังทำงานอย่างขันแข็ง

ต้องยอมรับว่า แม้ที่สุดแล้ว “เสียงโหวตให้ 10 รัฐมนตรี” อันรวมถึง “นายกรัฐมนตรี-พล.อ.ประยุทธ์” ด้วยยังได้รับความไว้วางใจด้วยเสียงข้างมากของ “สภาผู้แทนราษฎร” ในการเปิดอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ผ่านมา

แต่เป็นที่รับรู้กันว่าเป็นการผ่านที่สะบักสะบอมกันถ้วนหน้า เพราะหลักฐานที่ฝ่ายค้านเอามาเปิดโปงให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมหากให้รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายอยู่ในอำนาจต่อไปนั้นชัดเจนอย่างมาก ขณะที่ความพยายามอธิบายแก้ต่างของรัฐมนตรีเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ จนเล่าขานกันว่าแบบ “ไปไหนมาสามวาสองศอก” หรือ “ถามวัวตอบควาย”

เมื่อถูกซ้ำด้วยคะแนนโหวตที่ตามมาด้วยการแสดงออกถึงความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเมินกันว่าเป็นแรงบีบคั้นที่่ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล อย่างน้อยต้องมี “การปรับคณะรัฐมนตรี”

ทว่า “การปรับคณะรัฐมนตรี” ที่เป็นหน้าที่ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ในห้วงเวลาเช่นนี้กลับไม่ง่ายเลย การแยกกลุ่มออกมาแสดงพลังอย่างท้าทายของ ส.ส.ในแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลทำให้หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งหมายถึงการเอาคนนี้เข้า คนนั้นออก หนีไม่พ้นต้องเกิดโกลาหลจากแรงกดดันของพลังของ “กลุ่ม ส.ส.” ที่แสดงชัดเจนในแต่ละพรรค

ดูเหมือนสถานการณ์จะบีบให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เข้ามาอยู่ในโซนน่าอึดอัดอีกครั้ง

แต่แล้ว “คดีของ กปปส.” ที่ปฏิบัติการกดดันจนส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยถูกล้ม นำประเทศสู่อำนาจเผด็จการ ถึงวาระที่ “ศาลมีคำพิพากษา”

และ “คำพิพากษา” นั้นส่งผลให้ “รัฐมนตรี 3 คน” ของรัฐบาลชุดนี้ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที เพราะคือ “แกนนำกปปส.กลุ่มที่ถูกตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา”

ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างถึง “3 เก้าอี้” ด้วยผลของคำพิพากษา

จึงเสมือนเป็น “ตัวช่วย” ที่ทำให้ “ทางออกจากที่อับ” เปิดสว่างไสวให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินได้ง่ายดาย โดยไม่ต้องไปดิ้นรนคิดหาเหตุผลมาอธิบายอะไรเลย

ถ้าเป็นหมอดูลายมือก็คงคาดเดาว่า “อิทธิพลของเส้นอุปถัมภ์” ทำงานอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

สำหรับคนที่เป็น “หมอดูลายมือ” เชื่อว่าคงอยากเห็นว่าฝ่ามือของ “พล.อ.ประยุทธ์” มี “เส้นอุปถัมภ์” ให้ยืนยันความน่าเชื่อของตำราหมอดูอยู่หรือไม่

คงอยากเห็นว่าหากมี “เส้นอุปถัมภ์” นั้นจะลึกและยาวแค่ไหน

จะยาวแบบ “อุปถัมภ์” กันไม่รู้จบสิ้น

เป็น “เส้นอุปถัมภ์” ที่มีพลังเหนือกว่า “ชะตากรรมของประเทศชาติ และความเป็นอยู่ของประชาชน” หรือไม่ อย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon