บทนำ : เร่งวัคซีนฟื้นศก.

บทนำ : เร่งวัคซีนฟื้นศก.

บทนำ : เร่งวัคซีนฟื้นศก.

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ดำเนินไปในทิศทางที่ดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดน้อยลง ในพื้นที่ที่ยังพบการติดเชื้อ อาทิ ตลาด และโรงชำแหละเนื้อสุกรที่ จ.ปทุมธานี ได้มีการดำเนินการจัดมาตรการต่างๆ ทำให้สิ่งแวดล้อมลดความแออัด โดยเฉพาะในตลาด ซึ่งพื้นที่แออัดลักษณะนี้ ยังมีอีกมากในประเทศ อาจเพราะมีการรวมตัวของประชาชน เพื่อมาซื้อขายสินค้าต่างๆ ทางราชการ โดยเฉพาะ กทม.และจังหวัดต่างๆ น่าจะถือโอกาสนี้จัดระเบียบ ทำความสะอาดครั้งใหญ่ และออกหลักเกณฑ์ในการช่วยกันรักษาความสะอาด

ที่น่าสนใจและน่าติดตามในขณะนี้ ได้แก่ การฉีดวัคซีนในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. มีผู้ฉีดวัคซีน 3,721 ราย สะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.-9 มี.ค. จำนวน 33,621 ราย โดยพบผู้ที่มีอาการข้างเคียง 2,984 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.8 แต่เมื่อเทียบกับผลการศึกษาวิจัยวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 2 พบว่ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งสูงถึงร้อยละ 30 ดังนั้น ตัวเลขจากระบบรายงานดูเหมือนสูง แต่เป็นอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง สามารถหายได้เองไม่ต้องการรักษา ไม่ต้องเข้านอนโรงพยาบาล

กลุ่มผู้ได้รับวัคซีนมากที่สุดคือบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร้อยละ 85 รองมาคือเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อร้อยละ 13 ส่วนบุคคลที่มีโรคประจำตัวร้อยละ 1 และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงร้อยละ 1 กระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า แม้ได้รับวัคซีนแล้ว แต่ประชาชนยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือต่อเนื่อง เนื่องจากต้องใช้เวลาเพิ่มภูมิคุ้มกันของคนจำนวนมากในเปอร์เซ็นต์ที่สูง ที่สำคัญคือผลของวัคซีนป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันการป่วยหนัก ส่วนป้องกันการแพร่เชื้อ ต้องติดตามผลหลังจากฉีดไปแล้วระยะหนึ่ง

คาดหมายว่าการฉีดวัคซีนในประเทศไทยจะขยายกว้างขวางไปเรื่อยๆ และมีอัตราเร่ง ประกอบกับมาตรการรัฐบาล ที่ไฟเขียวให้โรงพยาบาลเอกชนนำวัคซีนเข้า จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ได้รับวัคซีนอีกมาก ถึงจุดหนึ่ง ประเทศไทยน่าจะได้รับความเชื่อถือว่า มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเรียกความเชื่อมั่น ซึ่งจะมีผลมากต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป สิ่งสำคัญ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันระมัดระวัง ไม่หย่อนยานหละหลวม จนเกิดปัญหาระบาดรอบสองไปก่อนหน้านี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon