สถานีคิดเลขที่ 12 : 900โรงจำนำ

สถานีคิดเลขที่ 12 : 900โรงจำนำ ได้ยินคำให้สัมภาษณ์จากบรรดา ส.ว.หัวแถว

ได้ยินคำให้สัมภาษณ์จากบรรดา ส.ว.หัวแถว ซึ่งมีบทบาทปกป้องรัฐธรรมนูญและรัฐบาลแบบถึงไหนถึงกัน ที่พากันออกมายืนยันความจำเป็นของวุฒิสภาและอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรีของ 250 ส.ว.

โดยบอกว่าอำนาจตามบทเฉพาะกาล 5 ปีที่ให้ ส.ว.โหวตนายกฯนั้น เขียนขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตของประเทศ

ฟังแล้ว ต้องรีบมองปฏิทินว่า เราอยู่ในปี พ.ศ.ไหนกันแน่

ยังอยู่ใน พ.ศ.2557 ที่ทหารเข้ายึดอำนาจหรือ

ยังอยู่ในปี 2559 ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 รึป่าว

ความจริงคือนี่คือปี 2564 แล้ว และในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากคนรุ่นใหม่อย่างดุเดือดดุดัน เพื่อปฏิเสธอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเหล่านี้ โดยกระแสดังกล่าวยังไม่หมดไป แค่พักรอสถานการณ์โควิดที่กลับมาระบาดหนักระลอก 2 ระลอก 3

แล้วอันที่จริงในช่วงที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกับมีบทเฉพาะกาลเรื่องอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ มีเสียงเตือนจากหลายฝ่ายเอาไว้แล้วว่า

ประเด็นนี้คือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง วันหนึ่งจะต้องถึงจุดนั้น เมื่อเข็มนาฬิกาเคลื่อนมาถึง

ถ้าไม่ฟังคำเตือน ไม่รู้จักการหาทางออก ไม่รู้จักปรับตัวตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ยังดึงดันอำนาจอันไม่ปกติที่คนกลุ่มเดียวได้เปรียบ

ลงเอยย่อมเป็นไปตามธรรมชาติของความขัดแย้งการเมือง ไปถึงจุดแตกหักในที่สุด

คำกล่าวที่ว่า บทเฉพาะกาลที่ให้อำนาจ ส.ว.ไว้ 5 ปีนั้น เพื่อแก้วิกฤตของประเทศ

นั้นเป็นข้ออ้างที่พูดกันตั้งแต่วันยึดอำนาจเมื่อปี 2557 และอ้างตอนเขียนรัฐธรรมนูญ

เวลาผ่านมา 6-7 ปีแล้ว เป็นคำพูดที่เสื่อมความขลังไปหมดแล้ว เริ่มตั้งแต่คำว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ต้องปฏิรูปการเมืองเสียก่อน

เพราะการเมืองวันนี้ภายใต้อำนาจเดียวกันกับวันยึดอำนาจ เป็นการเมืองที่น้ำเน่ายิ่งกว่าก่อนยึดอำนาจเสียอีก

ดังนั้นข้ออ้างว่า ส.ว.ต้องมีอำนาจโหวตนายกฯเพื่อแก้วิกฤต

เอาเข้าจริงๆ วันนี้อำนาจ ส.ว.ดังกล่าวคือตัววิกฤต ไม่ใช่ทางแก้วิกฤต

แม้แต่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น มาในปี 2563 และ 2564 นี้เต็มไปด้วยสถานการณ์โรคระบาดหนัก ปีต่อไปโลกจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังไม่รู้

ยุทธศาสตร์ที่เขียนผูกมัดทิศทางประเทศไว้ยาวนาน จะมีประโยชน์อะไร จะสอดคล้องกับความจริงที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้อย่างไร

ผู้นำรัฐบาล ที่เข้ามามีอำนาจเมื่อปี 2557 ตอนนั้นก็อ้างเรื่องสงบความมั่นคง แล้วยังอยู่ยาวจนถึงบัดนี้ รับมือกับวิกฤตสาธารณสุขและเศรษฐกิจได้หรือไม่ สอดคล้องต้องกันเช่นไร

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่วันก่อนคนไทยต้องเตรียมตัวแปรขยะให้เป็นรายได้

พร้อมกับวันนี้กำลังเฮฮาไปกับนโยบายเพิ่มโรงจำนำเพื่อแก้หนี้สิน

เล่นเอาผู้คนแห่เข้ายูทูบ ฟังเพลงดังในอดีต “900 โรงจำนำ” กันสนุกสนาน

“900 โรงจำนำมันมากมายจนเกินจำเลยนั่น ฉันเฟ้นมันเก็บเอามาจำนำเสียเกลี้ยง… เหลือแต่เขียงจะจำนำได้ไหม”

เพลงนี้ฮิตเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วโน่น ไม่น่าเชื่อว่ายังสอดรับกับประเทศไทยในยุคนี้อีก

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon