ที่เห็นและเป็นไป : แฟร์กับประชาชนบ้าง

ที่เห็นและเป็นไป : แฟร์กับประชาชนบ้าง

ที่เห็นและเป็นไป : แฟร์กับประชาชนบ้าง

น่าเห็นใจกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางการโจมตีเรื่องการบริหารวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนได้ล่าช้า ไม่เพียงพอ และคุ้มกันประชาชนจากการระบาดอย่างรวดเร็วของโควิด-19 ที่ทั้งกระจายไปในวงกว้าง และกลายพันธุ์รุนแรงขึ้นไม่ได้

ผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มเลยครึ่งหมื่น เป็น 6 พันกว่าคน ขณะที่ตายกันเยอะขึ้น เดือนมิถุยายนเฉียดพันกว่า เดือนกรกฎาคมประเมินกันว่าจะตาย 1,400-1,500 ราย และจะมากขึ้นในเดือนต่อไป

ปริมาณวัคซีนที่หาได้ยังเป็นปัญหาต่อวิกฤตที่รุนแรงขึ้น

มีปัญหาไปเสียทุกเรื่อง การตรวจเพื่อได้ตัวเลขการติดเชื้อที่เป็นจริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนควบคุมการระบาด ป่วยแล้วการรักษายากขึ้น เพราะเตียงซึ่งรวมถึงแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์

เสียงร่ำร้องให้การดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึงดังระงม ป่วยแล้วเข้ารักษาไม่ได้ขยายวงกว้างขึ้น

มีเรื่องราวมากมายที่เป็นประเด็นให้กระทรวงสาธารณสุขถูกโจมตี

ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ทุ่มเทการทำงานอย่างหนัก อดทนต่อความเหน็ดเหนื่อย

แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นเเลย

ขณะที่รัฐบาลจำเป็นต้องเลือกเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาด เป็นอุปสรรคต่อการควบคุม

นี่คือสภาพที่เกิดขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขพยายามแก้ปัญหาด้วยการให้ความเป็นจริงที่เกี่ยวกับโควิดทุกเรื่องกับประชาชน เพื่อแก้ปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อการแก้ปัญหา

ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด

หากประชาชนได้เห็นสถานการณ์ในทุกด้านที่เป็นจริง และรู้ว่ามีการวางแผนที่จริงใจ ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นจะมากขึ้น เมื่อเกิดความเชื่อมั่น ความร่วมมือจะเกิดขึ้น การยอมรับจะทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้น อย่างน้อยจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน แทนที่โจมตี ด่าทอกันเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ทว่าที่บอกว่าน่าเห็นใจกระทรวงสาธารณสุขคือ การชี้แจงในวันนั้น แบบไม่มีคำตอบอะไรเลย

สิ่งที่รับรู้คือ วัคซีนยังขาดแคลน วัคซีนทางเลือกยังห่างไกล

อุปสรรคทั้งหลายโดยเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการอนุมัติให้ทำสัญญาซื้อ ยังเงื้อง่าไม่กล้าลงนาม โดยอ้างว่ากลัวจะผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย

จนคำถามมากมายที่ค้างใจอยู่ ไม่มีคำตอบให้

อย่างเช่นที่ “หมอบุญ วนาสิน” ทนไม่ไหวออกมาเรียกร้องการทำสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ที่เจรจาจบไปแล้ว ติดแต่ขั้นตอนราชการ ทำไมจึงแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งที่รัฐบาลนี้ใช้อำนาจสารพัดก่อนหน้านั้น โดยไม่ปล่อยให้ระเบียบที่รุงรังมาเป็นอุปสรรค

แต่วิกฤตโควิดครั้งนี้ เป็นความเป็นความตายของประชาชน กลับเงอะงะกับการใช้อำนาจที่ควรจะเด็ดขาด

ทำให้การตอบคำถามเรื่องความเพียงพอของวัคซีน ทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นไปในท่าทีที่แสดงให้เห็นถึงความอึดอัด ตอบอย่างตรงไปตรงมาได้ยากเย็น

นั่นเป็นความอึดอัดของกระทรวงสาธาณสุขที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงในความเจ็บป่วยของประชาชน ที่ดูเหมือนจะคุยกันยากกับวิธีการบริหารจัดการในภาพรวมของรัฐบาล

ความจริงแล้ว ยังมีความโปร่งใสอีกเรื่องหนึ่งที่เริ่มจะมีการตั้งคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ว่า การป่วย การติดเชื้อ การตายที่แท้จริงเป็นอย่างไร

จริงอยู่ การป่วยและติดเชื้อ หากยังไม่จัดการให้มีการตรวจอย่างทั่วถึงมากกว่า ย่อมไม่มีทางหาคำตอบที่ชัดเจนได้

แต่การตาย เป็นเรื่องหาคำตอบได้ไม่ยาก

เพราะโดยข้อบังคับของ “ทะเบียนราษฎร” กำหนดให้ต้องมีการแจ้งเกิด แจ้งตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมไม่ยากเลยว่า สถิติการตายของประชาชนเมื่อเปรียบเทียบกันปีต่อปี หรือเดือนต่อเดือนแล้วเป็นอย่างไร

กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ “ทะเบียนราษฎร” ควรนำข้อมูลนี้มาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ

เพราะการเรียกร้องให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเองนั้น การอำนวยให้ประชาชนได้รับความเป็นจริง เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

และจะเป็นเรื่องย่ำแย่อย่างมาก หากรัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนรับผิดชอบตัว แต่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล กลับปกปิด หรือบิดเบือนข้อมูลที่เป็นจริง

เนื่องจากหาทางรับผิดชอบตัวเอง ด้วยข้อมูลบิดเบี้ยวนั้น เสี่ยงต่อการประเมิน วิเคราะห์ได้ผิดพลาด

สุชาติ ศรีสุวรรณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อบจ.โคราช เผยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยังไม่ยืนยันการจองวัคซีนซิโนฟาร์มของท้องถิ่น
บทความถัดไปอว.เผยไทยฉีดวัคซีนแล้ว 10,572,292 โดส – พร้อมเปิด 10 สถิติสำคัญ