สถานีคิดเลขที่ 12 : จบที่เลือกตั้ง!?

สถานีคิดเลขที่ 12 : จบที่เลือกตั้ง!? พรรคการเมืองเคลื่อนไหวคึกคัก

พรรคการเมืองเคลื่อนไหวคึกคัก คล้ายได้กลิ่นเลือกตั้ง
ต้องลงสนามเร็ววันนี้
แม้แกนนำยืนยัน รัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ครบเทอม จบภารกิจปี’66
แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ และระหว่าง 3 ป. อันเนื่องมาจากปลด ธรรมนัส พรหมเผ่า
ป้าหมาย 4 ปีก็สั่นคลอน มีความไม่แน่ไม่นอนมากขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.บางจังหวัด ขณะเดียวกันอดีต ส.ส.พรรคจังหวัดชายแดนใต้ ที่ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น ก็พาเหรดหวนกลับมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง ปรับแต่งคุณสมบัติให้พร้อมอยู่ในเกณฑ์กติกา

พรรคภูมิใจไทย ก็ปรากฏความเคลื่อนไหว
มีการประกาศเปิดตัวผู้สมัครเขตพื้นที่่ จังหวัดอันดามัน
ไม่นับรวมการเตรียมการเป็นการภายในของระดับมันสมองพรรคมาพักใหญ่

ขณะที่ในฟากฝ่ายค้านนั้น น่าเชื่อได้ว่า การขยับลงโทษ ปลดขับ ส.ส. ก็เป็นการปรับขบวนทัพ ปูทางสู่การเลือกตั้งอย่างหนึ่ง จัดระเบียบแต่ละเขตพื้นที่ให้มีความแน่นอนยิ่งขึ้น

พลังประชารัฐ เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล
เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งภายใน แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างมิต้องสงสัย
เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการ แก้ปัญหาในพรรค ให้อยู่ในระดับที่เหมาะ ไม่รุนแรงบานปลาย
กระทั่งบ่อนเซาะ ทำลายรัฐบาล ล้มพังในที่สุด

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผชิญปัญหา ในสายงานการบริหารราชการแผ่นดิน
ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ ไร้ความสามารถ ฝ่ายค้าน นักวิชาการตัดเกรด ตีตรา ล้มเหลว
ยกเรื่องการแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจปากท้องที่เป็นผลพวง เป็นใบเสร็จประกอบการบริหาร ประกอบการประเมินฝีมือ

แต่แม้เพลี่ยงพล้ำ ไม่ประสบความสำเร็จในขาบริหาร
อีกขา-งานในสภากลับยืนแกร่ง เป็นจุดแข็งค้ำยัน การดำรงคงอยู่ของสถานะการเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล
เนื่องจากเสียงฝ่ายรัฐบาล ที่เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นเอกภาพ
ยากที่ฝ่ายค้านจะล้มได้โดยลำพัง

อีกทั้งยังมีวิธีการบริหารจัดการดึงเสียงจากฝ่ายตรงข้ามมาโปะเพิ่มเสียงข้างมาก เพื่อเป็นหลักประกัน ตัดความเสี่ยงปัญหาจำนวนมือในสภา อย่างได้ผล
จนเกมการตรวจสอบในสภา เสมอเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อรัฐบาล
แต่พลันที่ ‘ขา’ หลัก จุดแข็ง มีปัญหา
ก็นำมาซึ่งความไม่แน่นอน ว่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง ตามธง 4 ปีหรือไม่

เพราะใน ‘ขา’ บริหารนั้น ไม่ว่าใครจะชี้ว่า ล้มเหลว ไร้ฝีมือ ขับไล่อย่างไร เรียกร้องยุบสภา ลาออก หากแต่เมื่อ ‘บิ๊กตู่’ ยืนกราน ไม่ยุบ ไม่ออก อย่างเดียว ใครก็ทำอะไรไม่ได้

ไม่เหมือนกับในสภา
วัดกันด้วยจำนวนเสียง หากมีปัญหา พ่ายโหวต ก็ต้องพ้นจากความเป็นนายกฯทันที หรืออาจต้องลาออก หรือยุบสภา ตามกติกา ตามความหนักเบา ของความเป็นญัตติ เป็นกฎหมายการเงิน

ฉะนั้น เป็นไปได้ว่า เมื่อขาที่แข็งแกร่ง ชักแกว่ง
อาจยืนอยู่ไม่ได้ เนื่องจากปัญหาขัดแย้งในพลังประชารัฐ และ 3 ป. พรรคการเมืองต่างๆ จึงเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งอย่างคึกคัก

ความเคลื่อนไหว อึกทึกครึกโครมที่ปรากฏนั้น เกิดจากประเมินว่า สมัยประชุมหน้าเปิดปลายพฤษภาฯ 65
หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้ง
‘บิ๊กตู่’ ไม่น่ารอด

และถ้าไม่มั่นใจมากพอ เขาอาจชิงยุบสภาก่อนการยื่นญัตติ

ปัญหาโควิดก็เป็นอีกตัวเร่ง เนื่องจากรัฐบาล มีความจำเป็นต้องใช้งบอีกก้อนใหญ่อัดฉีด ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศโดยเร็ว
แต่การเสนอกฎหมายการเงินเข้าสภาก็สุ่มเสี่ยง ถูกตีตก ต้องรับผิดชอบ

ฝ่ายการเมืองมองว่า ทางเดินรัฐบาลชักตีบตัน
หากแก้ปัญหาขัดแย้งไม่สะเด็ดน้ำ การล้มกระดาน คืนอำอาจเป็นทางออก

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำ : แจกเงินในสภา
บทความถัดไปรักษ์ วรกิจโภคาทร ปลุกส่งออกไทยผ่าน5มิติ