สถานีคิดเลขที่ 12 : รีโอเพ่น-เดิมพันรัฐบาล โดย จำลอง ดอกปิก

สถานีคิดเลขที่ 12 : รีโอเพ่น-เดิมพันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สถานีคิดเลขที่ 12 : รีโอเพ่น-เดิมพันรัฐบาล โดย จำลอง ดอกปิก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายน รับนักท่องเที่ยว 10 ชาติ ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วโดยไม่กักตัว
พร้อมกับให้คำมั่นสัญญา คืนเสรีภาพ ค้าขาย
นั่งดริงก์ในร้านอาหาร เปิดสถานบันเทิง คิวต่อไป 1 ธันวาคม

การเปิดประเทศตามเป้าหมาย 120 วัน รัฐบาลอาจมองเป็นความสำเร็จ
แต่หากจะอวดอ้างเป็นผลงาน แก้โควิดระบาด คงพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก
ตัวเลขคนเจ็บ คนตาย เศรษฐกิจเสียหาย
มันฟ้องการบริหารจัดการแก้ปัญหา

การเปิดประเทศเอง ก็มีประเทศอื่นให้เปรียบเทียบ ว่าทำได้อย่างรวดเร็ว หรือล่าช้า
อืดอาด รั้งท้ายตามความสามารถจัดหาวัคซีน
แต่อย่างไรก็ตามการเปิดประเทศเป็นเรื่องดี ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งฟื้นเร็ว
มันเป็นทางออก กอบกู้เศรษฐกิจบอบช้ำ
ทางรอดของประเทศไทย

แต่ความคาดหวัง ที่ว่าเมื่อเปิดประเทศแล้ว เครื่องจักรกลเศรษฐกิจจะเดินต่อ หล่อเลี้ยงพลเมืองได้กับความเป็นจริง จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ต่อไป

ทั้งนี้ เนื่องจากการตัดริบบิ้นเปิดประเทศอีกครั้งนั้น
จะทำให้เรากลับมาเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง และสิ่งท้าทายต่างๆ
ทุกฝ่ายยอมรับ เห็นตรงกัน
โลกหลังโควิดนั้น จะเปลี่ยนไป การทำมาหากิน การค้า ประกอบกิจการ อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปรับตัว อยู่ร่วมโรค
แม้แต่ธุรกิจก็อาจต้องเป็นวิถีใหม่

หลายสำนักคาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจจะกลับมาเข้าที่เข้าทาง ในระดับเท่ากับก่อนระบาด
อาจเป็นปี 2566
นี่อาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องฝ่าให้ได้

หากเป็นเช่นนั้นจริง การเปิดประเทศระยะเริ่มแรก คงช่วยได้แค่ยืดลมหายใจรวยรินภาคธุรกิจ ผู้คน ระดับหนึ่งเท่านั้น
รายได้จากนักท่องเที่ยว ไม่พอหล่อเลี้ยง ธุรกิจโรงแรม ภาคบริการ
ห้างร้าน การค้าขาย ท่องเที่ยวในประเทศ ก็คงไม่คึกคักมากนัก เหตุขาดกำลังซื้อ

จะพึ่งหวังการใช้จ่าย ลงทุนภาครัฐเป็นหัวเชื้อ ก็มีข้อจำกัด เม็ดเงินลงทุน
เงินกู้วงเงินพิเศษรวม 1.5 ล้านล้าน ก้อนใหญ่ใช้ไปในการเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน การสั่งปิดกิจการ ล็อกดาวน์กิจกรรม กิจการ
ทรัพยากรในมือรัฐร่อยหรอ
ครั้นจะกู้ก้อนที่สามมาใช้เสริมสภาพคล่อง
ก็ไม่ง่าย ติดขัดปัญหาการเมือง

การเปิดประเทศ จึงเป็นความจำเป็นของด้านเศรษฐกิจ และเป็นความจำเป็นทางการเมือง ที่ได้ลั่นคำให้สัญญาไว้
และสภาพการณ์บีบบังคับด้านการบริหาร
การเปิดประเทศ จึงไม่ต่างกับเป็นเดิมพันของรัฐบาล

หากดำเนินการแล้ว สามารถชุบชีวิต ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชนได้
ปัญหาเศรษฐกิจ ก็จะไม่ถูกยกระดับเป็นปัญหาการเมือง กระทบการดำรงคงอยู่ของรัฐบาล
ไม่เพิ่ม ก่อให้เกิดความชอบธรรมยิ่งขึ้นในการเรียกร้อง ขับไล่ หรือแม้แต่กลายเป็นเงื่อนไขผสมโรงในหมู่รัฐบาลด้วยกัน
นั่นหมายความว่า 4 ปี ตามเป้าหมาย
มีความเป็นไปได้สูงยิ่ง

แต่โดยที่ผลพวง ขนาดของปัญหา มันใหญ่มาก
การเปิดประเทศจึงยังมีความไม่แน่ไม่นอน
ความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบ ความล้มเหลวจากต้นชนปลาย ของรัฐบาลยังมีอยู่ไม่น้อย

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อใดก็ตาม รีโอเพ่นประเทศไทย
ภาวะทุกสิ่งอย่าง จะเริ่มกลับมาเป็นปกติ มาตรการพักหนี้ เงินต้น ดอกเบี้ยธนาคาร สถาบันการเงิน จะกลับมาเดินเครื่องเรียกเก็บอีกครั้ง การอุ้มชู อุดหนุนจากรัฐทุกประการ จะสิ้นสุด ตามเงื่อนเวลา คุ้มครอง
พลิกจากสถานการณ์พิเศษเข้าสู่ภาวะปกติ
ไม่ทันทีทันใด ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ในขณะที่เศรษฐกิจ-การประกอบการ ยังไม่เข้าที่ทาง ต้องใช้เวลาสร้างรายได้อีกนาน ให้กลับมาเท่าเดิม หรือใกล้เคียงเมื่อครั้งขอสินเชื่อแบงก์ จึงจะประคองตัวยืนอยู่ได้
มีความสามารถในการชำระหนี้
คำถามคือจะมีสักกี่รายที่รอด

อย่าคิดว่า หนี้ท่วม พิษลามไม่หยุด เป็นไปไม่ได้
หากเปิดประเทศแล้ว เครื่องจักรเศรษฐกิจ ไปต่อไม่ได้
รัฐบาลไม่น่าจะอยู่รอดปลอดภัย

จะทำเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน ซากปรักหักพัง เล่นบทซ้ำมุขเดิม คงมิได้อีกต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน’ ตอบ ‘ยังๆ’ ปม ‘พรพิมล’ จ่อซบภูมิใจไทย
บทความถัดไปถกด่วน! 14 ต.ค.นี้ อนุกรรมการเขต 11 สุราษฎร์ฯ พิจารณาเคส น.ศ.ถูกตัดขาหลังฉีดวัคซีน