สถานีคิดเลขที่ 12 : สภาล่ม-ล่มรัฐบาล? โดย จำลอง ดอกปิก

สถานีคิดเลขที่ 12 : สภาล่ม-ล่มรัฐบาล? ปัญหาสภาล่ม เกิดจากความขัดแย้ง

ปัญหาสภาล่ม เกิดจากความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไม่ต้องสงสัย

โดยเฉพาะในพรรคแกนนำ พลังประชารัฐ

เปรียบเทียบกับแรกก่อตั้งรัฐบาล เสียงพรรคร่วมปริ่มน้ำ เหนือเส้นแดงไม่กี่เสียง

แต่กลับไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม

Advertisement

แปรผกผันกับเวลานี้

ทั้งที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียง-ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มมากขึ้น จาก 4-5 เสียง ขยับมาอยู่ในระดับ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน สัดส่วนห่าง 268:208 เสียง

แต่สภากลับล่มซ้ำซาก

และเป็นการล่ม ไม่ครบองค์ ที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามหาข้ออ้างมารองรับ กลบเกลื่อน ว่าปัญหามิได้เกิดจากความขัดแย้งภายใน

มิได้เป็นปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในพรรคแกนนำ กระทั่งไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้

เนื่องจากไม่ต่างกับสถานะความเป็นแม่ปู

ฝ่ายค้านก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะประกอบเข้ากันเป็นองค์ประชุม

หากไม่ร่วมมือ ก็ยิ่งซ้ำเติม ความไม่พร้อม ที่เป็นทุนเดิมของรัฐบาล

แต่ในระบบเสียงข้างมาก

ฝ่ายรัฐบาลจะเรียกร้อง ฝ่ายค้านเป็นเสาเอกสภาคงไม่ได้

เมื่อเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก กำหนดเกมในสภา

ย่อมต้องแบกรับหน้าที่-ความรับผิดชอบนั้นเต็มๆ

รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้หรอก เหตุสภาล่ม ไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง เป็นผลิตผลของความขัดแย้ง

เนื่องจาก มีใบเสร็จ การเมืองมัดชัดเจน

นั่นคือ นับแต่การปลด ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ เมื่อเดือนกันยายน ปลด นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยแรงงานในคราวเดียวกัน

ทั้งคู่เป็นคนในสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

คนหนึ่งเป็นเลขาธิการพรรค คนหนึ่งเป็นเหรัญญิกพรรค

เมื่อสัมพันธ์สะบั้น ธรรมนัสมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกต่อไป

แต่มีบทบาทในสภา คุมเสียงจำนวนหนึ่งในพลังประชารัฐ และสยายปีกถึงพรรคเล็ก พรรคน้อย

ในขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ ขาลอย

อาจไม่ถึงขั้นเป็นฝ่ายเสียงส่วนน้อย ในพรรคพลังประชารัฐ

แต่การที่ไม่สามารถกุมสภาพได้อย่างเบ็ดเสร็จ ปัญหาจึงปรากฏอย่างที่เห็น

สภาล่มซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และน่าเชื่อได้ว่าไม่มีทีท่าหยุดอยู่เพียงเท่านี้

มีความเป็นไปได้ว่า อาจรุนแรงยิ่งขึ้น หากใบเสร็จยังไม่ได้รับการชำระ

ใบเสร็จที่ว่านั้น คือหลักฐานบ่งชี้ความขัดแย้ง

ทั้งนี้ เนื่องจากนับแต่ปลด 2 รัฐมนตรี มากระทั่งถึงเดือนนี้ เป็นเวลา 3 เดือนเศษแล้ว แต่ยังไม่มีการปรับ ครม.

ตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างแต่อย่างใด

ใครก็รู้ว่า 2 เก้าอี้นั้น เป็นโควต้าของพลังประชารัฐ เป็นโควต้าของ ธรรมนัส พรหมเผ่า

เมื่อใดก็ตาม เกมปรับ ครม.เปิด พรรคพลังประชารัฐ-ธรรมนัส ที่มีเสียง ส.ส.เป็นอำนาจต่อรอง ก็ต้องบีบเอาเก้าอี้ ให้คนในสายรองนั่ง ทั้งไม่แน่ว่า จะพอใจแค่รัฐมนตรีช่วยฯหรือไม่

บิ๊กตู่จะยอมตาม มอบให้ก็เสียเหลี่ยม

พล.อ.พ่ายเกม ร.อ.

ครั้นจะไม่ให้ ก็มีปัญหา เร่งให้เกิดการแตกหักเร็วขึ้น จึงเลือกปิดเกมต่อรอง ด้วยการไม่ปรับ ครม.
เมื่อไม่ยอมปรับ

การต่อรองขนาดย่อมก็ปรากฏ เป็นการโชว์ของ แสดงพลัง ว่ามี ส.ส.อยู่ในมือ

คุมปุ่มกด กลไกสภา ที่รัฐบาลต้องพึ่งพาอาศัย

การณ์กลับกลายเป็นว่า ปรับก็มีปัญหา อาจเร่งแตกหักเร็วขึ้น ยื้อไม่ยอมปรับ ซื้อเวลา ก็เกิดปัญหา สภาล่มซ้ำซาก

ประชาชนไม่ศรัทธา อาจก่ออีกปัญหา ยกระดับเป็นวิกฤตฝ่ายนิติบัญญัติ ซ้อนวิกฤตบริหาร

‘บิ๊กตู่’ จะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร เมื่อไพ่ในมือมีอยู่ไม่กี่ใบ

เพราะนานวันเข้าก็เห็นแล้วว่า ซุกปิดปัญหา ไม่แก้ไม่ได้

มันกัดกร่อนทำลาย มีผลต่อการอยู่การไปของรัฐนาวา

น่าสนใจติดตามก็วิธีการถอดสลัก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image