บทความหลายตอนได้พูดถึงโรงไฟฟ้าขยะและย้ำเสมอว่า เราไม่ควรใช้คำว่า “โรงไฟฟ้าขยะ” เหตุผลก็คือ ขยะไม่ใช่เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่เราสามารถนำเอาขยะไปปรับให้มีคุณภาพเสมือนเชื้อเพลิงได้ ขยะที่มีคุณภาพเสมือนเชื้อเพลิงนี้เราเรียกว่า RDF (Refuse Derived Fuel) หรือ “เชื้อเพลิงขยะ” จากนั้นเราจึงนำเอาเชื้อเพลิงขยะนี้ไปใช้ผลิตพลังงาน โรงไฟฟ้าดังกล่าวจึงเรียกว่า “โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ” หรือ “โรงไฟฟ้า RDF” ซึ่งกระบวนการจัดการ หรือโมเดลเช่นนี้มีตัวอย่างให้เห็น เช่น ที่จังหวัดระยอง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัฒนาระบบการจัดการขยะเป็น “ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จังหวัดระยอง” นำขยะส่วนหนึ่งมาปรับคุณภาพให้เป็นเสมือนเชื้อเพลิง แล้วส่งเชื้อเพลิงขยะต่อไปให้โรงไฟฟ้า ส่วนขยะที่เหลือที่ไม่สามารถปรับให้เป็นเชื้อเพลิงได้จะถูกนำไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และสุดท้ายต้องกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ อีกแห่งหนึ่งคือที่จังหวัดอุดรธานี โดยเทศบาลนครอุดรธานี เวลานี้โรงงานปรับคุณภาพขยะให้เป็นเชื้อเพลิงแล้วเสร็จและเดินระบบแล้ว ส่วนโรงไฟฟ้ายังอยู่ในขั้นการพัฒนา
การปรับขยะให้มีคุณภาพเสมือนเชื้อเพลิง มีหลักการง่ายๆ คือ การคัดแยกเอาขยะส่วนที่ไม่มีคุณสมบัติในการเผาไหม้กับขยะส่วนที่เผาแล้วจะเกิดมลพิษออกและลดความชื้นลง ด้วยกระบวนการเช่นนี้ เราจะได้ส่วนที่เสมือนเชื้อเพลิงประมาณ 30-50% โดยน้ำหนักของขยะทั้งหมด ส่วนขยะที่เหลือก็ต้องมีกระบวนการจัดการต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ หรือโรงไฟฟ้า RDF จะมีขอบเขตของงานที่แตกต่างไปจาก ระบบกำจัดขยะแบบเตาเผา (Incinerator) ที่เน้นการกำจัดขยะให้ได้ทั้งหมด ส่วนการผลิตไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการแปรความร้อนจากการเผา
วัตถุประสงค์หลักของโรงไฟฟ้าก็คือการผลิตไฟฟ้าเพื่อให้คุ้มทุนด้วยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า โรงไฟฟ้าต้องการเชื้อเพลิงที่ดีหมายถึงเชื้อเพลิงที่มีราคาถูก มีค่าความร้อนสูงและมีสิ่งเจือปนน้อย ทำให้ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยที่ถูกลง “โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ” หรือ “โรงไฟฟ้า RDF” ก็เช่นกัน ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าประเภทนี้ขึ้นกับคุณภาพของเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF หากระบบคัดแยกขยะและกระบวนการปรับคุณภาพมีประสิทธิภาพ ก็จะได้เชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF ที่มีคุณสมบัติทางเคมี ค่าความร้อนที่ดีและมีความชื้นน้อย มีคุณภาพสม่ำเสมอ มีสิ่งเจือปนที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ขยะอันตราย พลาสติกประเภท PVC สารเคมีที่เป็นอันตรายไม่มากเกินมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะไม่ยุ่งยากซับซ้อน ประหยัดงบประมาณลงทุนและต้นทุนการเดินระบบก็จะถูกลง ผลผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยก็จะถูกลงด้วย
วัตถุประสงค์นี้แตกต่างไปจากระบบกำจัดขยะแบบเตาเผาที่ต้องออกแบบและลงทุนก่อสร้างให้สามารถจัดการกับขยะที่มีองค์ประกอบ ขนาด ประเภทที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีวัตถุประสงค์หลักในการกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการแปรความร้อนเป็นเพียงผลพลอยได้
โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะกับเตาเผาขยะ ระบบทั้งสองมีวัตถุประสงค์และขอบเขตของงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ด้านการจัดการขยะตามกฎหมาย การตัดสินใจจะเลือกระบบใดเพื่อสนับสนุนการจัดการขยะในพื้นที่ของตน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและครบถ้วน เริ่มจากวัตถุประสงค์และภารกิจของท้องถิ่น ภายใต้ขอบเขตของงานและมาตรฐานในการควบคุมมลพิษเดียวกัน ระบบทั้งสองจะมีโครงสร้างและรายละเอียดขององค์ประกอบที่แตกต่างกัน
กรณีของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ ระบบจะเริ่มด้วยโรงงานคัดแยกและปรับสภาพขยะให้มีคุณภาพเสมือนเชื้อเพลิง และต้องมีองค์ประกอบหรือระบบย่อยอื่นๆ เพื่อจัดการกับขยะส่วนที่เหลือกว่าครึ่งโดยน้ำหนัก และสุดท้ายก็ต้องมีพื้นที่ฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาลสำหรับขยะที่นำไปแปรรูป หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้รวมกับเถ้าและวัสดุคัดทิ้งจากโรงไฟฟ้า
ส่วนกรณีระบบเตาเผาที่ออกแบบให้รองรับขยะที่มีความหลากหลาย (Mass Burning) มีความชื้นสูง มีค่าความร้อนต่ำ มีขนาดและองค์ประกอบที่ไม่สม่ำเสมอ จึงต้องมีระบบเผาไหม้และระบบป้องกันมลพิษทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ มีต้นทุนการลงทุนและการเดินระบบค่อนข้างสูง และสุดท้ายก็ต้องมีพื้นที่ฝังกลบรองรับเถ้าและวัสดุคัดทิ้งหรือวัสดุที่ไม่เผาไหม้เช่นกัน
ในเมื่อระบบทั้งสองมีความแตกต่างกัน มีต้นทุนการลงทุน การเดินระบบแตกต่างกัน เหตุใดรัฐจึงกำหนดนโยบายสนับสนุนการจัดการขยะด้วยการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากทั้งสองระบบในอัตราเดียวกัน จนเป็นเหตุจูงใจให้เอกชนนำเสนอระบบที่มีต้นทุนต่ำกว่า แต่ไม่ครอบคลุมขอบเขตของงานตามภารกิจของท้องถิ่น?
เมื่อพิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะของท้องถิ่นมากที่สุดอยู่ที่โรงงานคัดแยกและปรับสภาพขยะให้มีคุณภาพเสมือนเชื้อเพลิง ระบบงานส่วนนี้หากได้รับการออกแบบที่ดี ใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ มีการจัดการที่ดีก็จะสามารถนำขยะไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบเชื้อเพลิงขยะได้ถึง 50% ของปริมาณขยะทั้งหมดโดยน้ำหนัก ซึ่งเชื้อเพลิงขยะนี้จะถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าซึ่งอาจตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือพื้นที่อื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนด้านการจัดการขยะตามหลักการนำกลับมาใช้ประโยชน์ รัฐควรกำหนดแนวทางสนับสนุนการปรับสภาพขยะเสมือนเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ ด้วยการกำหนดมาตรฐานด้านคุณสมบัติของเชื้อเพลิงขยะที่สามารถนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ โดยแยกออกจากการสนับสนุนการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าด้วยอัตราการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบ Feed in Tariff (FiT)
ด้วยเหตุผลดังกล่าว “โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ” จะมีสถานะเทียบเท่าโรงไฟฟ้าชีวมวล หรือโรงไฟฟ้าประเภท SPP หรือ VSPP ทั่วไป ที่สามารถพัฒนาขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกโยงกับข้อตกลงกับท้องถิ่นหรือปริมาณขยะในท้องถิ่น หรือในกลุ่มท้องถิ่น (Cluster) เนื่องจากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะสามารถรับเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF จากท้องถิ่นใดก็ได้ หรืออาจผลิตเชื้อเพลิงขยะจากขยะในหลุมฝังกลบหรือพัฒนาโรงไฟฟ้าให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงหลากหลายประเภทในรูปแบบ Multi Fuel Power Plant
ส่วนการสนับสนุนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะหรือเชื้อเพลิงหลากหลายด้วยการรับซื้อไฟฟ้าด้วยรูปแบบ FiT ในอัตราเดิมหรืออัตราที่ควรปรับให้เหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางสนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF เป็นโจทย์ที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำไปพิจารณา

