‘สี จิ้นผิง’ บุคคลแห่งยุค

เมื่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 19 ครั้งที่ 6 ได้เชิดชูแนวคิดของ “สี จิ้นผิง” เลขาธิการใหญ่พรรค โดยขนานนามว่า “แนวคิดสี จิ้นผิง” นั้น ได้กลายเป็นข่าวเด่นทั่วโลก ก็เพราะเป็นการให้น้ำหนักแก่ปัจจุบันมากกว่าอดีต

อดีต 90 ปีมีเพียง “แนวคิดเหมา เจ๋อตง” กับ “ทฤษฎีเติ้ง เสี่ยวผิง”

อัน “แนวคิดสี จิ้นผิง” ถือเป็น “มติแห่งประวัติศาสตร์” ที่ย้อนรำลึกถึงการอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ 9 ปี ของ “สี จิ้นผิง” ซึ่งมีผลงานที่ไม่ธรรมดา แม้รายงานการประชุมฉบับครอบคลุมยังไม่ประกาศ แต่จากแถลงการณ์ที่มีอักษร 7,400 ตัว พอจับใจความสำคัญได้ว่า ในรอบ 100 ปี ที่ประชุมพรรคมีมติเทิดทูนสถานะผู้นำสูงสุดของพรรคเพียง 3 คน

1.ปี 1945 เหมา เจ๋อตง 2.ปี 1981 เติ้ง เสี่ยวผิง 3.ปี 2021 สี จิ้นผิง

แต่ดูเหมือนให้น้ำหนักไปที่ “สี จิ้นผิง” มากเป็นพิเศษ เพราะโดดเด่นและเหนือกว่าผู้นำสูงสุดในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเหมา เจ๋อตง ไม่ว่าจะเป็นเติ้ง เสี่ยวผิง ไม่ว่าจะเป็นเจียง เจ๋อหมิน หรือหู จิ่นเทา

เป็นการสะท้อนแนวความคิดสมัยใหม่ของ “สี จิ้นผิง” เพื่อวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของลัทธิสังคมนิยมแบบประสมประสาน อันเป็นการสร้างพื้นฐานใหม่ให้แก่พรรคและเชิดชู “แนวคิดสี จิ้นผิง” ให้อยู่ในระนาบเดียวกับลัทธิมาร์กซ์
แนวคิดเหมา และทฤษฎีเติ้ง

ที่ประชุมพรรคเทิดทูนให้ “แนวคิดสี” ถือเสมือนเข็มทิศนำทาง

ดังนั้น การที่ “สี จิ้นผิง” จะได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรคสมัยที่ 3 ในสมัยประชุมที่ 20 ราวกลางปี 2022 นั้น จึงไม่น่าจะเกินความคาดหมาย

อันตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคนั้น คือตำแหน่งสูงสุดของประเทศ ไม่ว่าประธานาธิบดี ไม่ว่าประธานกรรมาธิการทหาร ล้วนอยู่ใต้อาณัติ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีอำนาจแต่งตั้งและปลดประธานาธิบดี และประธานกรรมาธิการทหาร แต่ทั้งสองตำแหน่งนี้ “สี จิ้นผิง” ควบอยู่ด้วยแล้ว

มติพรรคได้ระบุถึงข้อเสนอของ “สี จิ้นผิง” ที่เป็นความคิดริเริ่มอันเกี่ยวกับการปกครองประเทศด้วยตรรกะใหม่ แนวคิดใหม่ ยุทธศาสตร์ใหม่อย่างเป็นระบบ คือแนวคิดหลัก

นอกจากนี้ พรรคได้ยกย่อง 9 ปีแห่งการบริหารของ “สี จิ้นผิง” ได้แก้ไขปัญหาที่คิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ อีกทั้งบรรลุความสำเร็จงานชิ้นใหญ่ที่ได้ทำไปแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ตลอดจนทำการประเมินคุณค่าแห่ง “แนวคิดสี” และยกระดับให้เท่ากับลัทธิมาร์กซ์ ซึ่งถือเป็นแก่นของวัฒนธรรมจีน

จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ “แนวคิดเหมา เจ๋อตง” ได้ถูกเชิดชู 10 ปีหลังจากที่ขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดของพรรค “ทฤษฎีเติ้ง เสี่ยวผิง” ได้ถูกเทิดทูน 14 ปีหลังจากอยู่ในตำแหน่งปกครองสูงสุด และการบรรจุแนวคิดและทฤษฎีให้อยู่ในข้อบังคับพรรคและรัฐธรรมนูญของประเทศ ล้วนได้กระทำหลังจากที่ทั้งสองได้ถึงแก่กรรมแล้วทั้งนั้น และให้ถือเป็นแกนหลักในการบริหารประเทศ

ส่วน “แนวคิดสี จิ้นผิง” ได้รับการยกย่องและบรรจุเข้าในข้อบังคับพรรคและรัฐธรรมนูญของประเทศตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดของพรรคได้ 9 ปี จึงเป็นการทำลายสถิติ

ย้อนกลับอดีต การดำรงอยู่ของจีนในสังคมโลก ได้พยายามหลีกเลี่ยงวลี “ไชน่า โมเดล” แต่ครั้นมีการสรุปประวัติศาสตร์แห่งความมานะพากเพียรเมื่อครบ 100 ปีของพรรค จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้น อัน “ไชน่า โมเดล” ได้แจ้งเกิดในเวทีสากลโดยพลัน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางสมัยใหม่ของจีน ได้รังสรรค์ความทันสมัยของมนุษยชาติ และนำพาประเทศที่กำลังพัฒนามุ่งสู่เส้นทางอันรุ่งโรจน์ เป็นการยืนยันถึงเส้นทางของตน ความเชื่อมั่นของตน คือ ไฮไลต์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon