คอลัมน์หน้า 3 : หมากกล กับดัก ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนักหนา สาหัส

คอลัมน์หน้า 3 : หมากกล กับดัก ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนักหนา สาหัส

หมากกล กับดัก

ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หนักหนา สาหัส

ปฏิบัติการ “ขับ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 20 ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐ กำลังถูกตรวจสอบอย่างแหลมคมยิ่ง

เป็น “ผลดี” หรือ “ผลเสีย”

ด้านหนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผลดีให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เท่ากับ “สนอง” ความ “ปรารถนา”

เพราะนับแต่เกิดสถานการณ์ก่อนการลงมติไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 4 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความหงุดหงิดยิ่งในทางการเมือง

ต้องการ “กำจัด” และ “ขจัด”

ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 8 กันยายน สามารถ “ปลด” จากตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ปฏิบัติการในวันที่ 19 มกราคมเท่ากับปลดจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค”

กระนั้น ผลดีนี้ก็มิได้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น

เด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่ายังจะเป็นผลดีให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อีกด้วย

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แสดง “ฐานะ” ของตนอย่างโดดเด่น

1 สามารถออกจากพรรคพลังประชารัฐโดยไม่หมดสภาพ ส.ส. ขณะเดียวกัน 1 สามารถไปสร้าง “อาณาจักร” ของตนเองขึ้นมา

พร้อมกับกำลัง ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 20 ในมือ

การมี ส.ส.อยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 20 หมายถึงอำนาจในการเจรจาและต่อรองในทางการเมืองอันแหลมคมอย่างยิ่ง

อย่างน้อยก็เหนือกว่าพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีเพียง 12 คน

ในเมื่อ “โพซิชั่น” ทางการเมืองก็จะเป็นอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับรองคือยังอยู่ในปีกของรัฐบาล

การต่อรองนี้จึงพุ่งตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ในอีกด้านหนึ่ง ยิ่งอำนาจในการต่อรองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทะยานขึ้นสูงเพียงใดหมายถึง สถานะทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ไม่ว่ามองจาก “พลังประชารัฐ” ไม่ว่ามองจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

กลายเป็นว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กุมการนำทั้งในพรรคพลังประชารัฐ และในพรรคใหม่ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีบทบาท

การประสาน 2 พรรคเข้าด้วยกัน ย่อมเข้มข้น

เป็นความเข้มข้นในการเสนอ “โจทย์” และข้อต่อรองทางการเมืองโดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่วแน่และมั่นคง

เพราะหมายถึง “อนาคต” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมมอบ “ตำแหน่ง” ทางการเมืองให้ ก็หมายถึงสถานะที่ไม่แน่นอนต้องตามมา

โดยเฉพาะในห้วงก่อนเดือนพฤษภาคม 2565

ผลดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดว่าเป็นไปตามความปรารถนาของตน ในอีกด้านหนึ่งจึงกลายเป็นผลเสีย

เพราะเด่นชัดยิ่งในกระแสบีบรัด กดดัน

ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะมาจากพรรคใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

เกมนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเป็นผู้กำหนด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon