บทนำ : แข่งขันตามครรลอง
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถาม ถึงกรณีความชัดเจนอนาคตทางการเมือง หลังจากมีกระแสข่าว เข้าไปลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อทำงานการเมืองร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจะประกาศจุดยืนทางการเมืองเมื่อไหร่ และจะแยกทางทางการเมืองกับ พล.อ.ประวิตร จริงหรือไม่ และจะยุบสภาเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ยกมือรับไหว้ทักทายสื่อมวลชนพร้อมกล่าวว่า “สวัสดีจ้ะ ขอให้อยู่ในบรรยากาศช่วงเวลาแห่งความสุขก่อนแล้วกันนะจ๊ะ” ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าในทันที
กระแสข่าวที่แพร่สะพัดไปพร้อมๆ กันก็คือจะมีรัฐมนตรีและแกนนำพรรคพลังประชารัฐบางกลุ่ม ย้ายตามไปเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ของแกนนำพรรค โดยในวันที่ 24 พฤศจิกายน จะเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ผู้สื่อข่าวได้ถามนายสันติว่าจะย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ไปเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายสันตินิ่ง และไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะนั่งรถยนต์ออกไป ส่วนแกนนำกลุ่มสามมิตร แกนนำชลบุรีของพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังสงวนท่าที ไม่ยอมตอบคำถามเรื่องการย้ายพรรคแต่อย่างใด
การที่ผู้นำทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ หรือบุคคลอื่นๆ จะเดินหน้าทางการเมือง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ควรจะลงแข่งขันตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เหมือนกับผู้สมัครคนอื่นๆ อาจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรืออาจจะเพียงแต่ยอมรับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคการเมือง โดยไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่มีชื่อในบัญชี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพียงแต่ว่าการเสนอตัว ควรมีการประกาศต่อสังคม และเปิดเผยแนวทางหรือแนวคิดทางการเมืองต่อสังคม เพื่อประกอบการตัดสินใจ ช่วงเวลาความสุขของประชาชน คือการที่ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎกติกา ไม่ใช้อภิสิทธิ์หรือสิทธิพิเศษ เพื่อจะมีอำนาจบริหารประเทศ

