กว่าจะเป็นแรงงานไทยในอิสราเอล

14.10.23 | 14:21 น.

จากข่าวการโจมตีอิสราเอลจากกลุ่มฮามาสกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ส่งผลทำให้จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,100 ราย และถูกจับเป็นตัวประกันกว่า 100 ราย มีชาวต่างชาติมากกว่า 20 สัญชาติ ถูกสังหารหรือจับเป็นตัวประกันในการสู้รบครั้งนี้ และพบว่าไทยเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดชาติหนึ่ง 

โดยตัวเลขล่าสุด คนไทยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 21 ราย ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย และถูกจับเป็นตัวประกัน 16 ราย 

ผู้เขียนจึงอยากเผยแพร่ประสบการณ์โดยตรงส่วนหนึ่ง จากการที่ได้มีโอกาสไปฝึกงาน (สหกิจ) เป็นระยะเวลาสี่เดือน (มกราคมเมษายน 2565) ณ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ฝ่ายจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่อิสราเอล ภายใต้โครงการความร่วมมือไทยอิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) โดยมีการส่งคนงานไทยไปทำงานภาคเกษตรกว่าหลักพันคน ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์โดยตรง ตั้งแต่การรับคนงาน การสัมภาษณ์ การอบรมคนงาน ไปจนถึงการส่งคนงานที่สนามบินเพื่อไปทำงานที่อิสราเอล 

โดยคนงานที่ต้องการจะสมัครไปทำงานที่อิสราเอล จะต้องผ่านการอบรมให้ความรู้ เพื่อนำไปใช้ในการทำงานภาคเกษตรที่อิสราเอล อาทิ สภาพอากาศที่นั่น การใช้ภาษา งานเกษตรของอิสราเอลมีอะไรบ้าง อุปสรรคจากการทำงานที่อาจเจอ หากเกิดปัญหา จะต้องติดต่อใคร ช่องทางไหน รวมไปถึงการเตรียมเงินสำรอง เป็นต้น 

เมื่อถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ จะสัมภาษณ์ร่วมกับการดูความเหมาะสม ทั้งทางร่างกาย ความสามารถ และทัศนคติ เพื่อเข้าไปทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล ซึ่งผู้เขียนได้พบเจอผู้สมัครจำนวนมากและหลากหลาย แต่ละคนมีความมุ่งมั่นที่จะไปทำงาน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และต้องการที่จะหาประสบการณ์ใหม่และรายได้เพิ่มขึ้นโดยการสมัครไปทำงานที่อิสราเอลจะได้เงินตอบแทนถึงเดือนละประมาณ 50,000 บาท อีกทั้งสภาพอากาศที่อิสราเอลมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย ทำให้เป็นอีกเหตุผลที่หลายคนเลือกมาทำงานที่ประเทศอิสราเอล 

Advertisement

คนงานทุกคนมีความตั้งใจที่จะมาสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้รับคัดเลือกเข้าทำงานเป็นอย่างมาก มีการอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ รับทราบข้อผูกพันต่างๆ ในการทำสัญญา เช่น เรื่องการโดนหักภาษี ค่าที่พัก ข้อตกลงกับนายจ้าง เป็นต้น 

คนที่สัมภาษณ์ยังไม่ผ่าน จะต้องออกมาทบทวนความรู้ข้างนอกห้อง ซึ่งผู้เขียนและเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือให้ความรู้ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่คนงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้สัมภาษณ์ผ่านและมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน หรือคนที่ไม่ผ่าน ไม่ว่าจะเรื่องร่างกาย เช่น ผอมเกินไปหรืออ้วนเกินไป จะได้รับการนัดหมายให้มาสัมภาษณ์รอบใหม่ และทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี  

จนกระทั่งวันเดินทาง เจ้าหน้าที่ก็จะจัดให้มีการอบรมอีกครั้ง มีการส่งเอกสารการเดินทางต่างๆ และที่สำคัญคือ จะมีการเปิดคลิปคนไทยที่ไปทำงานอิสราเอลได้เผยแพร่ไว้  ไม่ว่าจะในช่องทาง YouTube หรือ TikTok เช่น การทำงานในไร่ว่าเป็นอย่างไร ความเป็นอยู่ที่อิสราเอล การทำงานเก็บเงินส่งให้ครอบครัวที่ไทยจนสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้  เป็นต้น ซึ่งเป็นสร้างแรงบันดาลใจทำให้แต่ละคนอยากไปทำงานที่นั่น เพื่อทำเป้าหมายของแต่ละคนให้สำเร็จ  

ผู้เขียนเองได้ดูคลิปเหล่านั้นและเห็นได้ว่า คนงานที่อบรมมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะไปทำงานที่อิสราเอลอย่างจริงจัง ซึ่งตั้งแต่วันสัมภาษณ์จนถึงวันเดินทาง คนงานแต่ละคนก็จะมีญาติๆ มาให้กำลังใจเสมอ หลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว บางคนมาจากบนดอย บางคนเป็นลูกคนเดียว บางคนเป็นลูกคนเล็กของบ้าน ต้องจากบ้านเกิดไปอยู่ต่างที่ต่างถิ่นเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว   

จากกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักคนงานจำนวนมาก จึงเข้าใจถึงความตั้งใจของคนงานเหล่านี้เป็นอย่างดี รวมทั้งได้เห็นความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและประสานงานกับทางอิสราเอล รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการดูแลคนงานในทุกขั้นตอน 

ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตจนมีแนวโน้มจะเกิดสงครามใหญ่ และทราบข่าวว่ามีแรงงานไทยเสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับเป็นตัวประกัน ผู้เขียนจึงมีความรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ การต้องไปทำงานใช้แรงกายแรงใจในต่างประเทศแล้ว ยังต้องมาเจอเหตุการณ์รุนแรงและสงคราม ต้องคอยหลบซ่อน หรือหนีตาย ชีวิตเสมือนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ เป็นสิ่งที่น่าเศร้าและหดหู่ใจเป็นที่สุด 

ภาวนาขอให้รัฐบาลไทยสามารถช่วยเหลือและนำคนไทยที่นั่นกลับประเทศอย่างปลอดภัย และให้ความคุ้มครองอย่างดีที่สุด ให้ทุกคนได้กลับมาเจอครอบครัวอีกครั้งโดยเร็ววัน 

มนัสชนก เลี่ยมแก้ว

อดีตนักศึกษาสำนักวิชารัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์