คอลัมน์ Cloud Lovers : Twilight Arch & Belt of Venus : โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ

ช่วงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ตกไม่นาน คุณผู้อ่านคงเคยเห็นแถบสีส้มเหลืองที่ขอบฟ้า พาดยาวไปทางซ้ายและขวาของดวงอาทิตย์ด้านละ 90 องศาโดยประมาณ แถบแสงนี้เรียกว่า twilight arch หรือ แถบโค้งสนธยา บางครั้งอาจมีรังสีครีพัสคิวลาร์สาดขึ้นจากขอบฟ้าร่วมด้วย เหนือแถบโค้งสนธยา บางครั้งอาจเห็นสีม่วงอ่อนๆ เรียกว่า purple light หรือ แสงสีม่วง ดูภาพที่ 1 และ 2 ครับ

ภาพที่ 1 : Twilight arch
20 ธันวาคม 2560 06.32 น. กม.41 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ภาพ : ดวงพร เกี๋ยงคำ

ภาพที่ 2 : Purple light
15 มกราคม 2555 18.34 น. ยอดดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่
ภาพ : เสนีย์ วัฒนศิริเวช

คราวนี้มองไปทางฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์บ้าง ก็จะพบกับแถบสีเข้มที่ขอบฟ้า เหนือแถบสีเข้มขึ้นไปมีแถบสีชมพูจางๆ อย่างภาพที่ 3 คุณวิกรมผู้ถ่ายภาพบอกว่า “ช่วงนั้นอากาศกำลังสดชื่นเย็นสบายครับ ลมสงบ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆ”

ภาพที่ 3 : Belt of Venus
31 มกราคม 2561 18.22 น. บ้านห้วยทราย ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง
ภาพ : วิกรม สมพงษ์

แหล่งข้อมูลอ้างอิงส่วนใหญ่เรียกแถบสีเข้มนี้ว่า เงาของโลก (Earth’s shadow) แต่จริงๆ แล้วแถบสีเข้มมีสองส่วน ส่วนบนเรียกว่า ส่วนมืด (dark segment) เกิดจากการที่แสงอาทิตย์ถูกดูดกลืนไปในบรรยากาศของโลก ส่วนล่างต่างหาก คือเงาของโลกอย่างแท้จริง ส่วนแถบสีชมพูเรียกว่า Belt of Venus หรือ Venus’s Girdle แปลว่า สายคาดเอวของวีนัส แต่เนื่องจากแถบสีชมพูนี้อยู่ตรงกันข้ามกับ twilight arch จึงอาจเรียกว่า anti-twilight arch ก็ได้ ดูภาพที่ 4 ครับ

ภาพที่ 4 : แผนภาพแสดงตำแหน่งเงาโลกและ Belt of Venus
ดัดแปลงจากภาพในหนังสือ Out of the Blue

เหตุใดแถบแสงสีชมพูจึงได้ชื่อนี้?
คำตอบคือ เนื่องจากแถบแสงนี้อาจเห็นพร้อมกับดาวศุกร์ หรือ Venus ซึ่งอาจมองเห็นได้ในช่วงเช้ามืด เรียกว่า “ดาวรุ่ง” หรือ “ดาวประกายพรึก” หรือไม่ก็ช่วงหัวค่ำ เรียกว่า “ดาวประจำเมือง”

ตามเทพปกรณัมกรีก-โรมัน วีนัส (กรีกเรียก แอโฟรไดตี) เป็นเทพีแห่งความรัก เธอมีสายคาดเอววิเศษเรียกว่า เซสตัส (cestus) ซึ่งหากแม้นว่าหญิงใดนำไปใช้ ก็จะทำให้ชายต้องมนต์เสน่ห์ลุ่มหลงถอนตัวไม่ขึ้น เซสตัสนี้ก็คือ Belt of Venus หรือ Girdle of Venus นั่นเอง

แม้แต่เทพีแห่งการแต่งงาน คือจูโน (กรีกเรียก ฮีรา) ก็เคยมาขอยืมเซสตัสจากวีนัส (ภาพที่ 5) โดยบอกว่าจะนำไปใช้เพื่อทำให้คู่รักที่ทะเลาะกันหันกลับมารักใคร่กันอีกครั้ง ส่วนเทพีจูโนเองก็ทรงเคยใช้เซสตัสกับพระสวามีคือจูปิเตอร์ (กรีกเรียก ซุส) ด้วยเช่นกัน

ภาพที่ 5 : เทพีจูโนขอยืมเซสตัสจากวีนัส
ภาพโดย Joshua Reynolds

ในวิชาหัตถศาสตร์ (Palmistry) มีเส้นเส้นหนึ่งซึ่งเรียกว่า Girdle of Venus หรือ “เส้นวงศุกร์” ซึ่งเป็นเส้นโค้งแนวนอนอยู่เหนือเส้นหัวใจ (ภาพที่ 6) ตำราฝรั่งชื่อ Fortune in Your Hand เขียนโดย Elizabeth Daniels Squire บอกว่า “ถ้าคุณมีเส้นนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนหงุดหงิดง่ายและมีอารมณ์อ่อนไหว ลักษณะที่อาจดีหรือเลวก็ได้ ขึ้นกันว่าคุณใช้ในทางใด” ส่วนอีกเล่มคือ The Complete Book of Palmistry เขียนโดย Joyce Wilson บอกว่า “การมีเส้นนี้ปรากฏบ่งบอกถึงความสนใจเรื่องเพศมากเป็นพิเศษ และมีเสน่ห์ทางเพศ”

Girdle_of_Venus-Palmistry-1

ภาพที่ 6 : เส้นวงศุกร์ หรือ Girdle of Venus
ที่มา > http://www.hindustanlink.com/palmistry/images/lines-girdle.jpg

ถึงตรงนี้แล้ว หลายท่านอาจก้มหน้าแบมือมองหาเส้นวงศุกร์อยู่เป็นแน่ แต่ยังไงก็ตาม เย็นนี้หรือเช้าวันพรุ่งนี้ ถ้ามีโอกาสก็ลองเงยหน้าลุ้นหา “แถบโค้งสนธยา” และ “สายคาดเอวของวีนัส” บนฟ้ากันนะครับ!

ขุมทรัพย์ทางปัญญา
ขอแนะนำบทความ Belt of Venus ที่ http://www.skyandtelescope.com/astronomy-blogs/the-belt-of-venus/

บัญชา ธนบุญสมบัติ
www.facebook.com/buncha2509
buncha2509@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้แถลงข่าว ‘เอส โคล่า’ เปิดแคมเปญใหม่ ‘ซ่าซี้ดเลือกได้’ ลุ้นรางวัลสุดซี้ดไปกรี๊ด GOT7 ถึงนิวยอร์ก’ (คลิป)
บทความถัดไปด่วน! ระเบิด ‘ซิตตะเว’ เมืองเอกรัฐยะไข่ 3 ลูกซ้อน