สถานีคิดเลขที่ 12 : เสื้อยืดและถุงผ้าป๊อปคอร์น : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

คดีมือปืนป๊อปคอร์น ที่มีนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ ตกเป็นจำเลย เป็นอันจบสิ้นถึงที่สุดแล้ว เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 37 ปี ต้องรับโทษไปตามนั้น เพราะเป็นศาลสูงศาลสุดท้ายแล้ว แต่ก็มีคำถามตามมาว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ยังมีภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว เห็นกลุ่มคนติดอาวุธในทีมเดียวกันอีกนับสิบราย

แล้วเหตุใดจึงมีนายวิวัฒน์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษ

ความที่ในเหตุการณ์นั้น นายวิวัฒน์เป็นจุดเด่นที่สุด เนื่องจากใช้อาวุธปืนสงครามที่สวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลืองเอาไว้ โดยในคำรับสารภาพชั้นสอบสวนกับตำรวจนั้น เขาบอกว่าสวมถุงกระสอบเพื่อจะเก็บปลอกกระสุนเอาไว้ ไม่ตกเกลื่อนกลาดเป็นหลักฐาน

ปืนเอ็ม 16 สวมถุงกระสอบข้าวโพดนั่นแหละ กลายเป็นฉายามือปืนป๊อปคอร์น

แต่กลุ่มคนที่ใช้อาวุธนานาชนิดที่มาด้วยกันกับมือปืนป๊อปคอร์นนั้น มีกว่าสิบคน และมีภาพถ่ายเห็นรูปพรรณ เห็นใบหน้าบางส่วน เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์

รวมทั้งไม่ใช่มือปืนป๊อปคอร์นคนเดียวที่ลั่นกระสุนใส่ม็อบฝ่ายตรงข้ามในวันนั้น ยิงกันสนั่นหวั่นไหวไปทั่วแยกหลักสี่ ราวกับเป็นสมรภูมิสงคราม

อีกทั้งผู้ที่เสียชีวิตคือ ลุงอะแกว แซ่ลิ้ว วัย 72 ปีนั้น ไม่ได้ถูกกระสุนของมือปืนป๊อปคอร์น แต่ถูกยิงด้วยปืนกระบอกอื่น จากมือปืนรายอื่นที่มาด้วยกัน

เท่ากับว่ายังมีอีกหลายมือปืน และยังมีมือปืนที่ยิงลุงอะแกวจนเสียชีวิต ที่ยังไม่ถูกนำตัวมาดำเนินคดี

แต่พูดไปแล้ว คงต้องรอให้การเมืองคลี่คลายไปสู่ยุคประชาธิปไตยเสียก่อน เราอาจจะมีความหวังในการรื้อฟื้นสืบสวนจับกุมอีกหลายๆ มือปืนในเหตุการณ์ที่แยกหลักสี่
ดังกล่าว


ที่มาของเหตุการณ์นี้ เป็นความรุนแรงอีกจุดในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองถูกชัตดาวน์ และเป็นส่วนหนึ่งของการขัดขวางเลือกตั้งของฝ่าย กปปส. โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดำเนินการยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่ แต่ฝ่าย กปปส.ไม่ยอมเลือกทางออกนี้ ทั้งที่เป็นหนทางประชาธิปไตย กลับเรียกร้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่ยอมให้เลือกตั้ง

จากเหตุชุลมุนที่มีม็อบ กปปส.ไปปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่ ไม่ให้นำหีบเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งออกมา แล้วมีม็อบฝ่ายเรียกร้องให้มีเลือกตั้งไปเผชิญหน้า

ลงเอยก็มีกองกำลังมือปืนนับสิบรายและมือปืนป๊อปคอร์น บุกมาช่วยเหลือฝ่าย กปปส. จากนั้นก็สาดกระสุนราวบ้านป่าเมืองเถื่อน มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 รายคือลุงอะแกว ที่เดินทางไปบริเวณนั้น เพราะห่วงใยลูกสาวซึ่งทำงานที่ไอทีสแควร์

แล้วที่เป็นบทเรียนตามมาครั้งสำคัญ เพราะมีเสียงชื่นชมจากแกนนำ กปปส. เหล่าดารานักแสดงที่แห่กันไปร่วมเป่านกหวีด ป่าวร้องยกย่องมือปืนป๊อปคอร์นเป็นฮีโร่อย่างเอิกเกริก

เชิดชูเป็นวีรบุรุษ ทำเสื้อยืด พร้อมถุงผ้ามือปืนป๊อปคอร์น ออกมาขาย ออกมาใส่โชว์กันอย่างมีความสุข

สุดท้ายเมื่อผลคำพิพากษาชี้ถึงการกระทำผิดอันร้ายแรงของมือปืนป๊อปคอร์น จนต้องจำคุกเป็นเวลาถึง 37 ปี คงช่วยเตือนสติผู้คนว่า การใช้ความรุนแรงและอาวุธ ก็คืออาชญากรรม

เสียงเชียร์เสียงชื่นชมหลังเกิดเหตุ จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดอีกครั้งของสังคมไทย

ไม่ต่างจากไทยมุงรอบต้นมะขาม สนามหลวง ที่หัวเราะร่า ขณะมีการเอาเก้าอี้ฟาดใส่ศพที่ถูกแขวนคอ เมื่อ 6 ตุลาคม 2519

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน