สถานีคิดเลขที่ 12 : ลูกผีลูกคน : โดย นฤตย์ เสกธีระ

 

ระหว่างรอ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ มาชวนอ่านหนังสือสักเล่ม
หนังสือชื่อ “ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น” เขียนโดย ดร.จิราภรณ์ ดำจันทร์ สำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์
หนังสือเล่มนี้คงปรากฏโฉมในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในขณะนี้

เหตุที่ชวนอ่านเล่มนี้ เพราะเนื้อหาที่นำเสนอคือการกล่าวถึง “การทำให้เป็นประชาธิปไตย” ของประเทศไทย

ศึกษา 4 ช่วงเวลา นับตั้งแต่ 2475 จนถึงการเลือกตั้งครั้งนี้

อ่านแล้วจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับ “การทำให้เป็นประชาธิปไตย” และการล้มลุกคลุกคลานของประชาธิปไตยไทย

โฟกัสเฉพาะการเมืองไทยในช่วงรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา

การเมืองช่วงรัฐธรรมนูญ 2540 มีข้อสรุปปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยต้องออกจากประชาธิปไตยเอาไว้น่าสนใจ

เช่นปัญหาการบริหารนโยบาย ปัญหานายกฯไม่ยอมรับการตรวจสอบจริยธรรม การไม่เคารพกติกาทางการเมืองของนักการเมือง ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่อต้านกับรัฐบาล เป็นต้น

พอมาถึงรัฐธรรมนูญ 2550 เกิดปัญหาต่อเนื่อง ทั้งพรรคการเมืองอ่อนแอ วิกฤตความชอบธรรมในการบริหารงานของรัฐบาล กลุ่มต่อต้านเห็นตัวตนมากขึ้น ปัญหาจากรัฐธรรมนูญเอง

แม้แต่การประชามติรัฐธรรมนูญก็ยังเป็นปัญหา

เป็นต้น

และยังมีข้อมูลมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

น่าเป็นห่วงว่า เมื่อเริ่มใช้รัฐธรรมนูญ ปัญหาเดิมๆ ก็เริ่มส่อเค้าให้เห็น

แม้รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติมา แต่ก็ยังเกิดปัญหาในเรื่องความชอบธรรมในกระบวนการทำประชามติ

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วมองเห็นความสำคัญของความชอบธรรม ซึ่งอาจจะส่งผลต่อ “การทำให้เป็นประชาธิปไตย” ของไทย

สิ่งที่น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดขึ้นต่อไปคือความชอบธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

ย้อนกลับไปดูข้อมูลรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ปัญหาความชอบธรรมในการบริหารประเทศกลายเป็นเงื่อนไขและกระทบต่อ “การทำให้เป็นประชาธิปไตย” ของไทย

ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลเลือกตั้งก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับชอบธรรมกันขึ้นมาชวนให้เกิดความหวาดเสียว

ตอนนี้เริ่มมีการพูดถึงความชอบธรรมของการจัดเลือกตั้ง พุ่งเป้าความข้องใจไปที่ กกต.

กกต.ที่มีบทบาทเป็นกรรมการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าปัญหาดังกล่าวจะขยายออกไปจนกลายเป็นวิกฤตความชอบธรรมหรือไม่

ทุกอย่างยังต้องรอฟังคำชี้แจง และรอดูการรับรอง ส.ส. ที่กำลังจะปรากฏให้เห็น

ความจริงแล้วปัญหาความชอบธรรมของ “กรรมการ” นี้ปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2550 จนกระทั่ง คสช.ยึดอำนาจและประกาศตัวเป็น “กรรมการ”

ช่วงการยึดอำนาจใหม่ๆ มีการพูดถึงการรีเซตองค์กรอิสระ แต่ภายหลัง คสช.เปลี่ยนท่าทีจากกรรมการมาเป็นผู้เล่น

ประเทศไทยก็กลับไปอยู่ในสภาพขาดกรรมการ

สำหรับ กกต.นั้นมีการเปลี่ยนชุด เพื่อรีเซตกรรมการสำหรับการเลือกตั้งกันใหม่ แต่ขณะนี้ กกต.กำลังพิสูจน์ความเป็นกลาง

ความเป็นกลางของ กกต.ก็คือความชอบธรรมในการจัดการเลือกตั้ง

ถ้า กกต.ผ่านการทดสอบในเรื่องนี้ไปได้ ประเทศไทยก็เริ่มมีความหวังกับการมีกรรมการอีกครั้ง

แต่ถ้าผ่านไปไม่ได้ ประเทศไทยก็จะวนเวียนกลับไปสู่ปัญหาเดิม

เช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่กำลังจับขั้ว เชื่อว่าอีกสักพักก็จะต้องมีประเด็นความชอบธรรม

แค่ตอนนี้การอ้างเสียงป๊อปปูลาร์โหวตกับจำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกก็ถกเถียงกันเรื่องความชอบธรรมของฝ่ายตัวเอง

ขณะเดียวกันก็จะมีประเด็น “งูเห่า” การแบ่งกระทรวง การแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีตามโควต้าของกลุ่มการเมือง

ทุกอย่างล้วนล่อแหลมต่อความชอบรรม

ความชอบธรรมเหล่านี้จะมีผลต่อการทำให้เป็นประชาธิปไตย

การทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ยังอยู่ในสภาพลูกผีลูกคน

นฤตย์ เสกธีระ
Maxlui2810@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้หมอกควันทำผู้ป่วยแน่น รพ.ในจ.เชียงรายขอรับบริจาคหน้ากากอนามัย
บทความถัดไป‘วิรไท’ยันเศรษฐกิจไทยไม่วิกฤต รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขั้วไหนจะมาเชื่อไม่มียูเทิร์นเดินหน้าประเทศต่อ(ชมคลิป)