สถานีคิดเลขที่12 : เป็นสิทธิบิ๊กตู่ : โดย นฤตย์ เสกธีระ

งงเหมือนกันที่สภาหลังเลือกตั้งโหวตเลือกหัวหน้ารัฐประหารเป็นหัวหน้ารัฐบาล

แต่เมื่อมีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ย่อมมีสิทธิเลือกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล

ข้อตกลงหรืออะไรก็แล้วแต่ก่อนหน้านี้ก็ตกลงกันไป แต่ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์อาจจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างก็ได้

พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกก่อนหน้านี้ว่า พรรคหลักควรคุมกระทรวงด้านความมั่นคง อย่าง กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย

ขณะที่กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม อยู่ที่มีการพูดคุย

ขณะนี้พรรคหลักคือพรรคพลังประชารัฐ เข้าใจว่ากระทรวงกลาโหมและมหาดไทยจะอยู่กับพลังประชารัฐ

รวมทั้งกระทรวงการคลังด้วย

ส่วนกระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ ของประชาธิปัตย์ และกระทรวงคมนาคมของภูมิใจไทยนั้น จนถึงบัดนี้ยังตกลงกันไม่ได้

ที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์นั่นแหละ ต้องตัดสินใจ

เพราะการฟอร์มทีมรัฐมนตรีเป็นสิทธิ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี

ส่วนนโยบายที่พรรครับปากประชาชนไว้นั้น พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมพิจารณา

เพราะแต่ละพรรคไปสัญญากับประชาชนเอาไว้ รัฐบาลก็ต้องทำตามสัญญาให้เห็นเป็นรูปธรรม

ปัญหาคือถ้านโยบายที่หาเสียง นายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย จะทำอย่างไร

บางทีอาจต้องให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคสารภาพกับประชาชนว่านโยบายอะไรบ้างที่ทำตามที่สัญญาไม่ได้แน่ๆ

แต่สำหรับพรรคพลังประชารัฐแล้ว นโยบายทุกอย่างต้องทำให้ได้

เพราะนอกจากพรรคพลังประชารัฐจะรับปากกับประชาชนมาแล้ว ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะรับปากยอมเข้าสู่บัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องเห็นด้วยกับนโยบายของพรรค

ทั้งนโยบายมารดาประชารัฐ ยกระดับราคาพืชผล เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และอื่นๆ ต้องทำให้เกิดขึ้น

โปรดอย่าเบี้ยวประชาชนเด็ดขาด

และการที่จะผลักดันนโยบายของพรรคพลังประชารัฐให้เป็นรูปธรรมได้ ต้องผลักดันนโยบายพรรคให้เป็นนโยบายรัฐบาล

รัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

นี่แหละคือเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องมีสิทธิเลือกรัฐมนตรี

นี่คือเรื่องที่พรรคร่วมแต่ละพรรคต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องถอนตัวไป

พรรคร่วมต้องยอมรับว่านายกฯต้องการทีมงาน เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

หากผลท้ายสุดปรากฏว่า นายกฯไม่สามารถผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรมได้

ประชาชนก็วิพากษ์วิจารณ์ สังคมไทยก็ทวงถาม

ขณะที่สภาอาจจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ

ทุกอย่างสามารถทำได้ แต่นั่นเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นในอนาคต

ส่วนปัจจุบันขณะนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว คือ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ดังนั้น เมื่อกระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีครบถ้วนตามกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ย่อมมีสิทธิที่จะจัด ครม.ด้วยตัวเอง

บทความก่อนหน้านี้คนตามข่าว วันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 : กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ‘คนเราเกิดมาไม่มีความเท่าเทียมกัน’
บทความถัดไปอิมแพ็ค พร้อมจัด 3 งานใหญ่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคไอที ด้านการบริหารอาคารครบวงจร