สถานีคิดเลขที่12 : กฎหมายคือคำตอบ : โดย นฤตย์ เสกธีระ

เชื่อว่ากรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้มีทางออก

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้คนพยายามเสนอหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ หลากหลายวิธีการ

ข้อเสนอทั้งหมดรอการตัดสินใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ประกาศ “ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

ความจริงแล้วกรณีนี้ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับกรณีอื่น

นั่นคือ การกระทำดังกล่าวนั้นขัดกฎหมายหรือไม่

ถ้าไม่ผิดกฎหมาย หมายความว่า นายกฯสามารถทำเช่นนี้ได้โดยทุกอย่างไม่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

แต่ถ้าผิดกฎหมาย ก็หมายความว่า นายกฯต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดทุกประการ

เมื่อนายกฯไม่ได้ปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการก็ต้องแก้ไข

ส่วนจะแก้ไขด้วยวิธีใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือเป็นไปตามวิธีปฏิบัติที่เคยมี หรือเป็นแนวทางที่สากลยอมรับ

เมื่อแก้ไขจนทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายแล้ว เมื่อทุกคนยอมรับในสิ่งที่แก้ไขแล้ว

ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินการโดยยึดกฎหมายอาจจะกระทบกับบุคคล เช่น นายกฯ หรือคณะรัฐมนตรี ก็จำเป็นต้องยอมรับผลกระทบ

แต่ทุกอย่างสามารถกลับคืนสู่ความเป็นปกติได้โดยยึดกฎหมาย

คำว่า “ยึดกฎหมาย” หมายถึงให้ดำเนินการไปตาม “กฎหมาย”

ไม่ใช่ให้เป็นไปตาม “ผู้บังคับใช้กฎหมาย” หรือให้เป็นไปตาม “ผู้ออก” กฎหมาย

ให้เป็นไปตามกฎหมายหมายถึงให้ยึดกฎหมายเป็นใหญ่

แต่ถ้าให้เป็นไปตาม “ผู้บังคับใช้” กฎหมายคือยึด “ผู้บังคับใช้” เป็นใหญ่

หรือหากเป็นไปตาม “ผู้ออกกฎหมาย” ก็หมายถึงยึด “ผู้ออกกฎหมาย” เป็นใหญ่

เมื่อไปยึดกับบุคคลซึ่งมีอารมณ์ความรู้สึก ย่อมหนีอคติ 4 ไปไม่ได้

แต่หากยึดตามกฎหมายซึ่งไร้อารมณ์ความรู้สึก ทุกอย่างย่อมมีทางออก

ไม่ใช่ทางออกของ “คน” แต่เป็นทางออกของ “ประเทศ”

ไม่ใช่ทางออกของ “พรรคพวก” แต่เป็นทางออกของ “คนส่วนใหญ่”

หลายกรณีมีข้อพิสูจน์แล้วว่า หากประเทศขับเคลื่อนไปด้วย “คน” มากกว่า “กฎหมาย” สิ่งที่ติดตามมาคือ ความเหลื่อมล้ำ

และความเหลื่อมล้ำอันนี้คือปัญหาที่ค่อยๆ สั่งสมและบานปลายต่อๆ ไปได้

ส่วนยึดกฎหมายคืออะไรนั้น พออนุมานคร่าวๆ ได้คือ ทุกคนที่ทำผิดก็ต้องผิด

ถ้าเมื่อใดคนนี้ทำแล้วผิด แต่คนนั้นทำแล้วไม่ผิด อันนี้เริ่มมีข้อสงสัย

ข้อสงสัยนี้ถ้าเคลียร์ได้ กฎหมายก็ยังคงเป็นกฎหมาย แต่ถ้าไม่ได้ก็จะพัฒนาไปสู่ความเหลื่อมล้ำ

ในขณะที่หลายฝ่ายเสนอแนะช่วยเหลือ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในขณะนี้ จึงขอร่วมแสดงความห่วงใย

ขอให้ใช้กฎหมายเป็นคำตอบ แล้วปัญหาจะค่อยๆ สลาย

ความคลุมเครือที่มีอยู่จะได้รับความกระจ่าง เส้นทางเดินไปข้างหน้าจะมองเห็นแสง

ส่วนจะกระจ่างและสว่างแค่ไหนนั้นมิอาจทราบได้

แต่อย่างน้อยก็น่าจะกระจ่างกว่า และสว่างกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : คุยทางหน้าต่าง
บทความถัดไปรายงานหน้า2 : ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ลุยขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ลดครหาส.ส.สอบตกสู่เก้าอี้รมต.