สถานีคิดเลขที่12 : ผลสะเทือนจาก ผบ.ทบ. : โดย ปราปต์ บุนปาน

การบรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้กลายสภาพเป็น “ข่าวการเมืองร้อน” ส่งท้ายสัปดาห์ก่อนอย่างมิต้องสงสัย

นี่คือประเด็นร้อนอันก่อให้เกิดวิวาทะ-ปฏิกิริยาตามมามากมาย จากทั้งนักการเมือง นักวิชาการ ปัญญาชน และสื่อมวลชน

ข้อเขียนชิ้นนี้ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาคำพูดของ ผบ.ทบ. เพราะหลายท่านคงได้อ่าน-ดูการบรรยายดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว

แต่อยากจะชวนสนทนาถึง “ผลทางการเมือง” จากคำบรรยายพิเศษ (ที่ออกตัวว่าไม่ใช่ เรื่องการเมือง) ของผู้บัญชาการทหารบก

เราอาจจัดแบ่งอย่างหยาบๆ ได้ว่าคนที่สนใจฟัง ผบ.ทบ. เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว นั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 กลุ่ม

กลุ่มแรก ได้แก่ คนที่พร้อมจะรับฟัง, เชื่อถือ, อิน, เร่าร้อน, ซาบซึ้ง, ชื่นชม และปรบมือ ไปตามคำพูดของบิ๊กแดง

แขกรับเชิญในหอประชุม หลายๆ ราย คือ ภาพตัวแทนของกลุ่มบุคคลเหล่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายความให้มากมาย

กลุ่มต่อมา คือ กลุ่มบุคคลที่เราอาจให้คำนิยามรวมๆ กันได้ว่า “ฝ่ายก้าวหน้า” หรือ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ซึ่งบางส่วนก่อรูปสร้างร่างมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 บางส่วนเริ่มกระตือรือร้นทางการเมืองในช่วงต้น-กลางทศวรรษ 2550 เมื่อครั้งสัญลักษณ์ของการต่อสู้ยังมีเพียง “พรรคเพื่อไทย” และ “เสื้อแดง”

(ขณะเดียวกัน จำนวนหนึ่งของคนกลุ่มนี้อาจเคยผ่านสถานการณ์ “สงครามประชาชน” หรือเชื่อมร้อยอุดมการณ์ของตนเองเข้ากับการต่อสู้ทางอุดมการณ์เมื่อ 3-4 ทศวรรษก่อน เหมือนดังที่ ผบ.ทบ. นำเสนอจริงๆ ก็ได้)

แน่นอน นี่คือกลุ่มคนที่พร้อมจะเห็นต่าง, ยั่วแย้ง, หัวเราะ, ขำขัน และตอบโต้ว่าคำกล่าวของบิ๊กแดงนั้นขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้างในทันที

คนสองกลุ่มสุดท้ายมีความข้องเกี่ยวสัมพันธ์กันชนิดแยกไม่ออก

ด้านหนึ่ง สังคมไทยมี “คนกลางๆ” ที่อารมณ์ความรู้สึกทางการเมืองสามารถสะวิงไปมาได้

คนกลุ่มนี้พร้อมจะเชื่อว่าบ้านเมืองกำลังเผชิญหน้าภยันตรายบางอย่างอยู่จริงๆ หากพวกเขารู้สึกว่าคำอธิบายของบิ๊กแดงมีความสมเหตุผล

และพวกเขาก็พร้อมจะปรามาส ผบ.ทบ. ว่ามีความคิดย้อนยุค ไม่ตอบโจทย์สังคมการเมืองยุคปัจจุบัน ยามเมื่อเห็นว่าคำบรรยายของผู้นำกองทัพช่างไม่สมเหตุผลเอาเสียเลย

คำถามชวนคิด คือ “คนกลางๆ” เหล่านี้ คิดเห็นอย่างไรกับคุณภาพการบรรยายพิเศษของ พล.อ.อภิรัชต์?

อีกด้านหนึ่ง บ้านเมืองเราก็มีคนรุ่นใหม่ ที่ดำเนินชีวิตท่ามกลางสื่อใหม่ๆ การติดต่อสื่อสารแบบใหม่ๆ วิถีการแสวงหาความรู้ (ทั้งการมุ่งหน้าสู่อนาคตและการเรียนรู้อดีต) แบบใหม่ๆ บนพื้นฐานความคิด-ความเชื่อชนิดใหม่ และการเข้าใจโลก-เชื่อมโยงสังคมด้วยมุมมองใหม่

พึงตั้งคำถามว่า ผบ.ทบ. เข้าใจฐานคิดของพวกเขาดีเพียงใด? วาทะ-โวหารของลุงแดง ยังทำงานกับคนกลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน?

และในทางกลับกัน พวกเขามองหรือเข้าใจ พล.อ.อภิรัชต์ อย่างไร?

ท่าทีล่าสุดของผู้บัญชาการทหารบกนั้นย่อมไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อแนวคิดของคนสองกลุ่มแรก ที่อย่างไรเสีย ก็ยังเห็นพ้องและคัดค้านท่านอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

แต่ผลกระทบอันก่อเกิดขึ้นในความรู้สึกนึกคิดของคนสองกลุ่มหลังต่างหากที่น่าใส่ใจ

เพราะนี่คือ “เสียงทรงพลัง” ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ ให้บุคคล/กลุ่มคนที่ “ไม่ป๊อปปูลาร์” สามารถ “ป๊อปปูลาร์” ขึ้นมาได้

และสามารถพลิกผันให้บุคคล/กลุ่มคนที่กำลัง “ป๊อปปูลาร์” พลัดตกลงสู่สถานการณ์ยากลำบากได้เช่นกัน

ปัญหา คือ การบรรยายพิเศษ ณ หอประชุมกิตติขจร เมื่อไม่กี่วันก่อน ส่งผลสะเทือนต่อรูปการความคิดของคนสองกลุ่มนี้อย่างไร?

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ และผู้เกี่ยวข้อง ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดีและละเอียดลึกซึ้ง

บทความก่อนหน้านี้‘องอาจ’ เชื่อ งบ63ผ่านสภาได้ แม้เสียงปริ่มน้ำ ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญ
บทความถัดไปจับตาเกมยื้อแบน 3 สารเคมี วัดกึ๋นรัฐบาลทุบนายทุน หรือแค่หวังผลการเมือง