สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘วิน-วิน’แก้รัฐธรรมนูญ! : โดย จำลอง ดอกปิก

ไม่แปลกหรอกที่พรรคประชาธิปัตย์ กระตือรือร้นผลักดันอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ถึงขั้นชิงออกเป็นมติพรรค

บีบพลังประชารัฐยอมตาม เพราะเมื่อเป็นมติแล้ว ก็ถอยยาก

กรรมาธิการในสัดส่วนประชาธิปัตย์ก็ย่อมต้องโหวตเลือกอภิสิทธิ์อย่างมิต้องสงสัย

เว้นแต่อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ขอถอนตัวอีกครั้ง อ้างเหตุวิตกเกิดความไม่ลงรอย อันจะไม่เป็นผลดีต่อการศึกษาแนวทาง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเบื้องปลาย

เป็นการถอยอีกครั้ง เปิดทางออกอีกครา เหมือนกับที่ลาออกจากการเป็นหัวหน้า ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในนามของการแสดงความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้ง

แต่เป็นการเปิดทางประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลมาแล้วอย่างเนียนนวล

เป็นการเข้าร่วมรัฐบาล ที่มีเงื่อนไขสำคัญ คือต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มน้ำหนัก สร้างความชอบธรรม

ความจำเป็นที่ต้องเข้าร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จึงเมื่อเป็นนโยบาย เป็นเงื่อนไขสำคัญ

ประชาธิปัตย์จำต้อง ยึดพื้นที่นี้แสดงความเป็นเจ้าของ หัวหอกนำแก้รัฐธรรมนูญ ส่งอภิสิทธิ์นั่งหัวโต๊ะกรรมาธิการฯ

รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีข้อด้อยอยู่มาก โดยเฉพาะบทบัญญัติ เนื้อหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ขัดต่อมาตรฐานสากล จำเป็นต้องแก้ไข มิให้เป็นอุปสรรคต่อการบริหาร และการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ

พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำมาก การเลือกตั้งทั่วไป 24 มีนาคม 2562 พื้นที่ กทม. 30 เขตเลือกตั้งสูญพันธุ์ ไม่ได้รับเลือกแม้คนเดียว ปักษ์ใต้พื้นที่ยึดครอง ฐานเสียงสำคัญ ก็ถูกเจาะกระจุยกระจาย ทุกภาคถดถอย

จากที่เคยเป็นพรรคอันดับ 2 ร่วงเป็นอันดับ 4

ได้ที่นั่ง ส.ส.ต่ำร้อย-ครึ่งร้อยเศษ 53 เสียง

ภารกิจอีกขาของประชาธิปัตย์คือการกอบกู้ ฟื้นฟูพรรคจากความตกต่ำ

แต่โจทย์ยากคือ เมื่อเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่แกนนำ

งานในสายการบริหารราชการแผ่นดิน จึงยากมากที่จะปั่นสร้างผลงานชิ้นใหญ่ โบแดง เพื่อเรียกคะแนน ฟื้นศรัทธา ความนิยมคืนมาได้

ที่สามารถหยิบฉวย บายพาสง่ายสุดคือเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ

เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติใหญ่สุด

แต่เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล แต่เรื่องนี้ก็เป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่สำคัญ ตั้งเป็นเงื่อนไขแลกกับการสนับสนุนบิ๊กตู่

หากจะยึดโชว์ เป็นผลงาน เรียกคะแนนนิยม ก็จำเป็นต้องรักษาพื้นที่นี้ไว้ มิให้ตกไปอยู่ในมือคนอื่น

เนื่องจากหากได้เป็นประธานกรรมาธิการฯกำกับทิศทาง ผลการศึกษา

ลำดับถัดไป ไม่ว่าจะมีการแก้ไขสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

อย่างน้อย พรรคก็แสดงให้สังคมได้เห็นว่า ประชาธิปัตย์กระตือรือร้น ทุ่มเทเต็มที่

ถ้าทุกอย่างสะดุดหยุดอยู่แค่ เปเปอร์ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ที่มีอภิสิทธิ์นั่งประธานว่า ต้องแก้เท่านั้น

แค่นี้ประชาธิปัตย์ก็ได้แต้ม

หากในที่สุดแล้ว บรรลุ แก้สำเร็จตามหมุดหมาย ประชาธิปัตย์ก็ได้โบนัสอีกก้อนใหญ่

สามารถนำมาอวดอ้าง เคลมเป็นผลงานได้

เนื่องจากออกแรงดันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ กระทั่งมีการปลดล็อก-ไขกุญแจ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ประชาธิปัตย์ ต้องยึดเป็นเจ้าของสัมปทานแก้รัฐธรรมนูญให้ได้

เรื่องนี้ พรรคร่วมรัฐบาลก็รู้ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ประโยชน์มากสุดจากรัฐธรรมนูญก็รู้

มันมิได้สลับซับซ้อนอะไร

เพียงแต่ว่า เมื่อรู้แล้ว จะแก้เกมที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างไร

จับสัญญาณจากการเดินเกมผ่านเบี้ย แนวโน้มคือไม่ยกให้ ไม่ยอมให้ประชาธิปัตย์จับมือฝ่ายค้านขี่คอ

แต่คงไม่ถึงขั้นหักดิบ ยึดคืนแล้วนั่งเอง

แนวโน้มออกที่ ‘คนนอก’ รักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาล มีอยู่สูงยิ่ง

เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น เคยเป็นทางออก ทางลง ของทั้งพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์มาแล้วเมื่อครั้งฟอร์มรัฐบาล

เพียงแต่ครั้งนี้อาจไม่วิน-วิน สมประโยชน์เท่า

แต่เป็นวิน-วิน ในแบบลอสต์-ลอสต์

ถอยคนละก้าวประคับประคอง เสถียรภาพรัฐบาล

รักษาเอกภาพในความเห็นต่างเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ

 

บทความก่อนหน้านี้เรียงคนมาเป็นข่าว วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 : นิวรอน
บทความถัดไป‘ชาวอุดมสุข’ ประท้วงคอนโดหรู ก่อสร้างชุ่ย ‘ศรีสุวรรณ’ รุดลงพื้นที่ช่วย