บริบทที่ไม่เหมือนเดิม

หลายคนอาจมองว่ากรณีขจัด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอาจรวมถึงพรรคอนาคตใหม่นั้น เป็นเหมือนประเด็นใจกลางสำคัญของสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย

เป็นประเด็นใจกลางหลักที่ต้องทุบทำลาย เช่นเดียวกับ ทักษิณและเครือข่ายŽ หรือ คนเสื้อแดงŽ เมื่อไม่กี่ปีก่อน

แต่หากสำรวจ-พิจารณาบริบทอันแวดล้อมรายรอบประเด็นใจกลาง

ก็พึงตั้งคำถามว่าบริบททั้งหลายนั้นยังตั้งมั่นอยู่เหมือนเดิม หรือมีอะไรที่พลิกผัน เปลี่ยนแปลง ถือกำเนิดขึ้นใหม่บ้าง?

อย่างน้อยที่สุด มีปัจจัย 2-3 ประการ ที่บ่งชี้ว่าบริบทของการไล่รื้อพรรคอนาคตใหม่ อาจแตกต่างจากบริบทเมื่อคราวกำจัดพรรคการเมืองของทักษิณ หรือกลุ่มคนเสื้อแดง

ปัจจัยแรก แทบทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าฐานเสียงใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่ คือ คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเขตเมือง กล่าวอีกมุมหนึ่ง พวกเขาก็มีแนวโน้มจะเป็นลูกหลานของคนเสื้อเหลือง ผู้ชุมนุมคล้องนกหวีดในกลุ่ม กปปส. ผู้สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นเอง

น่าสนใจว่าจากปลายทศวรรษ 2540 ถึงกลางทศวรรษ 2550 คนรุ่นใหม่ในเมืองไม่เคยดำรงสถานะเป็นผู้สนับสนุนหลักของพรรคทักษิณและกลุ่มเสื้อแดงมาก่อน

พูดอีกอย่างได้ว่านี่คือกลุ่มคนที่เครือข่ายทักษิณเจาะไม่เข้า หลังวิกฤตการเมืองปี 2549 เป็นต้นมา

แต่ทำไมคนรุ่นใหม่ตามเมืองใหญ่จึงเชื่อมั่นในพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้คงต้องศึกษาหาคำตอบอย่างละเอียดต่อไป มากกว่าการแปะป้ายว่าพวกเขาทั้งหลาย ถูกหลอกŽ

ปัจจัยที่สอง ในขณะที่เป้าหลักของเกมการเมืองไทยอยู่ตรง ธนาธร-อนาคตใหม่Ž สภาพเศรษฐกิจไทยก็ตกอยู่ในอาการเซื่องซึม กระตุ้นไม่ขึ้น หรือย่ำแย่หนักหนาสาหัสในสายตาของใครหลายคน

ถ้ามองทะลุผ่านตัวเลข/ดัชนีชี้วัดบางอย่าง แทบทุกฝ่ายต่างก็ตระหนักดีว่าประชาชนระดับกลางๆ ล่างๆ ของสังคมนั้นไม่มีเงินในกระเป๋า ไปพร้อมๆ กับปัญหาความเหลื่อมล้ำซึ่งปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

สังคมไทยในห้วงเวลาของการกำจัดทักษิณ เกลียดชังคนเสื้อแดง และยุบพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน ไม่น่าจะถูกรุมเร้าด้วยปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานรากดังเช่นที่กำลังเป็นอยู่ ณ ตอนนี้

ปัจจัยที่สาม ในบริบทของการเล่นงานฝ่ายทักษิณ-คนเสื้อแดง แม้นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม-ผู้ถือครองอำนาจรัฐหลายราย อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีจุดยืน ไม่เป็นประชาธิปไตยŽ บิดเบือนหลักการ-ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

ทว่าบุคคลเหล่านั้นก็ดูจะทำงานทางความคิดมาอย่างเข้มข้นพอสมควร และมิได้ถูกประเมินเป็น ตัวตลกŽ ไร้สาระตลอดเวลา

แต่ใน พ.ศ.2562 ท่ามกลางการจ้องเล่นงาน ธนาธร-อนาคตใหม่Ž เรากลับได้พบเห็น คู่เปรียบเทียบŽ ที่ไม่น่าฝากความหวังเอาไว้

เช่น ส.ส.บางรายของพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งมีพฤติกรรมเลอะเทอะ เหลวไหล จนน่าเหลือเชื่อ และอาจเป็นผู้ทำลายเครดิตของพรรคพลังประชารัฐมากกว่าฝ่ายค้านด้วยซ้ำ

การรวมกลุ่มของสื่อมวลชนประจำรัฐสภาเพื่อไล่จี้-โต้กลับ-จับผิด ส.ส.ฟากรัฐบาลคนหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าแม้แต่สื่อสายการเมืองที่แลดู นุ่มนวลŽ และ ปล่อยŽ คสช.-พลังประชารัฐ มาเกือบตลอด

ก็ยังทนไม่ไหวกับความเลอะเลือนดังกล่าว

นี่คือบางส่วนของบริบทรายล้อมการทุบทำลายพรรคอนาคตใหม่ ที่ดูคล้ายจะแตกต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนๆ เมื่อคราวสลายเครือข่ายทักษิณ-คนเสื้อแดง

 

บทความก่อนหน้านี้สัพเพเหระคดี : ไม่รอด : โอภาส เพ็งเจริญ
บทความถัดไป“นายกฯ” ร่วมกล่าวถ้อยแถลงสุดยอดผู้นำธุรกิจอาเซียน-เกาหลี ลงนามความร่วมมือ 4 ด้าน