สถานีคิดเลขที่ 12 : 6 ปีกลับหลัง-เดินหน้า : โดย จำลอง ดอกปิก

สถานีคิดเลขที่ 12 : 6 ปีกลับหลัง-เดินหน้า : โดย จำลอง ดอกปิก

สถานีคิดเลขที่ 12 : 6 ปีกลับหลัง-เดินหน้า : โดย จำลอง ดอกปิก

รัฐบาลฉลองครบ 6 ปีรัฐประหาร ด้วยการขยาย บังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นครั้งที่สอง ออกไปอีก 1 เดือน ถึงสิ้นมิถุนายน

นับจากมีนาคมเป็นต้นมา เท่ากับว่า ประเทศอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน 3 เดือนเต็ม

เป็น 3 เดือนเต็ม ที่นักวิชาการมองว่า ไม่ต่างกับรัฐประหารเงียบ

เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจบริหาร เบ็ดเสร็จเด็ดขาดคนเดียว

เหมือนเมื่อครั้งหลังยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557

พล.อ.ประยุทธ์ กลับมานั่งเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง

พรรคพลังประชารัฐ ถึงแม้ไม่อาจชนะเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง ส.ส.สูงสุดในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 แต่สามารถรวบรวมเสียง พรรคการเมืองร่วม 20 พรรค รวมกับ 250 ส.ว.

หนุนส่ง พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง

รัฐบาลเฟส 2 บริหารได้ไม่ถึงปี เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือสกัดกั้นการแพร่ระบาด

รวบกฎหมาย 40 ฉบับ ที่เดิมเจ้ากระทรวงต่างๆ รักษาการกฎหมาย มารวมศูนย์อยู่ในมือนายกฯคนเดียว

ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงขึ้นตรงต่อนายกฯคนเดียว ตามโครงสร้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

22 พฤษภาคม 2563 สถานการณ์ประเทศไทยวันนี้ มีทั้งที่แตกต่างและเหมือน 6 ปีก่อน

ปี พ.ศ.นั้นชัดเจน

ที่เหมือนกันชัดเจน ก็แน่นอน มีผู้นำ-มีนายกรัฐมนตรีชื่อเดียวกัน

6 ปีก่อน รัฐประหารก้องดัง กระฉ่อนโลก แต่วันนี้ได้ชื่อรัฐประหารเงียบ

2557 อ้างเหตุผลการเมือง 2563 เหตุผลโรคระบาด

6 ปีรัฐประหาร ก่อเมล็ดพันธุ์การเมืองใหม่

พรรคอนาคตใหม่ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่รั้วหนามเลือกตั้งครั้งแรก

แต่จุดจบก็รวดเร็วเฉียบพลันทันที ชนิดที่ว่าหัวหน้าพรรคไม่ทันได้แสดงบทบาทในสภา

6 ปีมานี้ ในความสลัวมืดมิด เหมือนจะมีประกายความหวัง คล้ายประชาชนตื่นตัว

เห็นด้านดี-ด้านร้ายเผด็จการ

แต่ก็มิใช่อย่างเป็นการทั่วไป

ในท่ามกลางการปลุกปลอบของมนุษย์โลกสวย มีคนรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้า เป็นพลังขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองประเทศ

อีกด้านกลับพบความเคลื่อนไหว นักการทหาร นักการเมือง สายอนุรักษนิยม

คึกคักเป็นที่ยิ่ง

พรรคพลังประชารัฐ กำลังอยู่ในห้วงการเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พักรออยู่ในที่ตั้ง มีระยะห่างจากเก้าอี้หัวหน้าแค่ขยับ

จะขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้

พลังประชารัฐ มั่นใจอันใดถึงเพียงนี้ ถึงไม่มิดเม้ม ซ่อนชุดลายพรางไว้ข้างหลังอีกต่อไป

แต่กล้า ประกาศตัวชัดต่อสาธารณะ

ไม่ยี่หระ กับคำว่าพรรคทหาร-สืบทอดอำนาจ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สวนทางกับที่ฝ่ายวิชาการ นักวิเคราะห์ มองว่า ระบบนี้กำลังอ่อนแอ นับถอยหลัง

นักวิชาการ นักวิเคราะห์ มองจากภายนอก

แต่ระดับแม่ทัพ ขุนพล สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อยู่วงใน ย่อมรู้ดี

จึงมากด้วยความมั่นใจ

6 ปีที่กระชับอำนาจ ดีไซน์กติกา จัดวางทุกอย่าง ต่อให้ใช้กระบวนท่าเลือกตั้ง สุดยอดอาวุธของฝ่ายประชาธิปไตย ก็ทำอะไรไม่ได้

6 ปีรัฐประหาร ก่อเมล็ดพันธุ์การเมืองใหม่

แต่พืชพันธุ์ ตัดต่อพันธุกรรมจากต้นเก่า ก็แตกกิ่งก้านสาขารวดเร็ว บดบังแดดแทบมืดมิด

ไหนเลยเมล็ดพันธุ์ใหม่จะงอกงาม ชูช่อขึ้นมาแข่งได้

ในวาระครบรอบ 6 ปี รัฐประหาร เราจึงได้เห็น ความคักคักของพรรคพลังประชารัฐ

แม้แต่พรรคเพื่อไทย พรรคที่นายกฯในสังกัด ถูกโค่นล้ม ยึดอำนาจก็มีความเคลื่อนไหว

เคลื่อนไปในทางใหม่ แตกตัว ซึ่งอาจทำให้เล็กเรียวลง

คล้ายเส้นทางสายเก่า ตีบตัน เดินเข้าทำเนียบยาก รู้ดีว่าฝ่ายคุมเกม กุมอำนาจแข็งแกร่งเพียงใด

ไม่แน่ว่า พัฒนาการนี้ จะนำไปสู่การปลดล็อกการเมือง พร้อมจับมือทุกฝ่าย รวมถึง พล.อ.ประวิตร ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่

การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรดอก

6 ปีหลังรัฐประหาร ฝ่ายกุมอำนาจแข็งแกร่ง เติบใหญ่ขึ้นทุกวัน นักการเมืองพินอบพิเทามากนัก

ที่ไม่คิดสังฆกรรม ก็เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง

ขยับค้อมหัว นับวัน หันหลังให้ประชาชน

6 ปีมานี้ มีอะไรดีขึ้น ประสบความสำเร็จบ้าง

ปฏิรูปการเมืองใช่หรือ

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วิพากษ์‘6ปีรัฐประหาร’ บ้านเมืองไปถึงไหน?
บทความถัดไป‘ทช.’ ตรวจยึดทางเดินคอนกรีตยื่นลงทะเล แต่ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ