สถานีคิดเลขที่12 : เวลคัม‘บิ๊กป้อม’ : โดย จำลอง ดอกปิก

บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขยับจากประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ

มายืนหัวแถว ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

เป็นตัวแทนของพรรค ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มีอำนาจ หน้าที่ประการต่างๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

มิได้เป็น ตัวจริงเสียงจริงหลังฉาก ที่ไม่ต้องรับผิดชอบบริหาร-ทำหน้าที่ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค เหมือนในอดีตอีกต่อไป

นักวิชาการ ฝ่ายการเมือง ผู้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ใครต่อใคร

วิเคราะห์การก้าวเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของบิ๊กป้อม ต่างๆ นานา

เนื่องจากโดยทั่วไป จะมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคการเมือง ก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้ง-ก่อนการเลือกตั้ง

อาจมีบ้างเหมือนกัน ที่เปลี่ยนนอกกาลฤดูเลือกตั้ง

อย่างกรณีพรรคเพื่อไทย ผลักดัน สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แทน พล.ต.อ.วิโรจน์ เปาอินทร์ เนื่องจากหัวหน้าพรรคเดิมมิได้เป็น ส.ส. แต่พรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่ง ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีบทบาท หน้าที่ในสภา

แต่พรรคพลังประชารัฐ มิได้ประสบปัญหาในทางเทคนิคแม้แต่น้อย

ปัญหาความขัดแย้งภายในที่เกิดขึ้น ที่จริง ‘บิ๊กป้อม’ ผู้มากบารมีของพรรค สามารถบริหารจัดการ แก้ปัญหาได้อยู่แล้ว

ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งไหน ไม่จำเป็นต้องมาเป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น ถึงเอื้อมมือจัดการได้

หากจะเข้ามาเตรียมการ เพื่อเลือกตั้งก็เร็วเกินไป

เหตุผลเปลี่ยนหัวหน้า ที่มีน้ำหนักมากสุด อ่านผ่านร่องรอย ความเคลื่อนไหวบรรดาสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ คือต้องการจัดแถวใหม่ เพื่อกดดัน ปูทางสู่การปรับ ครม.

ตำแหน่งสำคัญในพรรค ต้องสอดคล้องกับการจัดวางตัวในตำแหน่งรัฐมนตรี

เมื่อลดบทบาท อุตตม สาวนายน ปลดสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

ก็ย่อมต้องการให้การเปลี่ยนแปลง มีแรงส่งกระทบถึงตำแหน่งรัฐมนตรีที่สองคนนี้นั่งอยู่ และเป็นเก้าอี้้เป้าหมายของกลุ่มกองหนุนก่อการยึดพรรคคืน ที่ตั้งเป้าหมายแต่ต้นเมื่อครั้งฟอร์มรัฐบาล

เบื้องลึก เบื้องหลังการถ่ายทำ อีกประการที่มีการพูดถึงคือ เป็นการเตรียมการ เผื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถอดใจกลางคัน

เนื่องจากมีบันไดหนีไฟ ตามรัฐธรรมนูญพาดพร้อม รอคนนอกปีนไต่สู่ตำแหน่งนายกฯ

แต่ไม่ว่า ตื้นลึก หนาบางประการใด

เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กระโจนเข้าสู่สนามการเมืองเต็มตัว นับแต่ 27 มิถุนายนเป็นต้นไป พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล จะตกเป็นเป้าใหญ่ เปลี่ยนสถานะกลายเป็นตำบลกระสุนตกอย่างมิต้องสงสัย

เมื่อมาเป็นหัวหน้าพรรค ถือธงนำ เข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า

คู่แข่งที่ต้องการตัดกำลังมิให้เติบใหญ่ ไม่ได้มีแค่ฝ่ายค้านเท่านั้น หากแต่ยังมีพรรครัฐบาลด้วย และสมาชิกประชาธิปัตย์ อภิปรายรับน้องรับพี่ ว่าด้วยยืมใช้ คงรูปไปบ้างแล้ว ในการประชุมสภาวาระพิจารณารายงานความคืบหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศ 2 วันก่อน พลังประชารัฐโหวตส่งบิ๊กป้อมขึ้นหัวหน้า

ผลพวงจากปัญหาความขัดแย้งภายใน แบ่งฝักฝ่าย

ข้อมูลจากภายในการตรวจสอบกันเอง ก็จะหลั่งไหลบ่อนเซาะทำลาย ดิสเครดิตบิ๊กป้อมอีกทาง ซึ่งปรากฏให้เห็นมาบ้างแล้ว

ไม่เพียงแต่ชื่อบิ๊กป้อมจะเรียกแขก โจมตีได้เป็นอย่างดี

พรรคจะไม่สงบเงียบเหมือนที่ผ่านมา

ทุกย่างก้าวนับต่อแต่นี้ บิ๊กป้อมยังต้องระวัง เนื่องจากมีผล กระทบต่ออนาคตการเมืองทั้งสิ้น

หากเคลิบเคลิ้ม ฮึกเหิม ต่อไปอาจมีปัญหาในหมู่พี่น้องเกิดขึ้นได้ มาถึงขั้นนี้แล้ว เลือกตั้งครั้งต่อไป เป้าหมายย่อมอยู่ที่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี หากตกลงกันไม่ได้ก็อาจแตกคอ บาดหมาง

อีกปม ใครๆ ก็รู้ว่าพี่ใหญ่ ใจดี ใครขอ นำเสนออะไร ไม่เคยปฏิเสธ

น้องๆ ลูกๆ หลานๆ ลิ่วล้อ บริวาร ที่ผ่านมาข่าวไม่สู้ดีนัก เมื่อบิ๊กป้อมใหญ่ขึ้น เครือข่าย คนแวดล้อมจะใหญ่ตาม ขยายอาณาจักรหรือไม่

เรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตบิ๊กป้อม

ภาพลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญในทางการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แรมโบ้’ ร่ายยาวโครงการ รบ. ทำงานครบปีช่วย ปชช.เต็มที่ ชี้แก้ ปห.โควิดก็ทำได้ดี!
บทความถัดไปชลประทานเตรียมรับน้ำหลาก 5จังหวัดลุ่มน้ำมูลตอนล่าง