สถานีคิดเลขที่ 12 : รันเวย์‘บิ๊กตู่’

สถานีคิดเลขที่ 12 : รันเวย์‘บิ๊กตู่’

สถานีคิดเลขที่ 12 : รันเวย์‘บิ๊กตู่’

การชุมนุมขับไล่รัฐบาลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร สลายม็อบ 14 ตุลาฯ หน้าทำเนียบรัฐบาลตอนรุ่งสาง จับแกนนำและเครือข่ายคณะราษฎร

แต่ก็มีการชุมนุมเวทีใหม่ผุดขึ้นมา ณ แยกราชประสงค์ และตามหัวเมือง มหาวิทยาลัย ในภูมิภาคต่างๆ

สถานการณ์ไม่มีทีท่าจบในเร็ววัน
เนื่องจากแก่นแกนปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข
แต่กระนั้น ทางเลือกในการแก้ปัญหา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงเปิดกว้าง
ไม่ถึงขั้นตีบตัน
เพียงแต่อาจต้องคิด ต้องตัดสินใจเร็วขึ้น

ช้าอีกไม่ได้ ทางเลือกอาจน้อยลง

เนื่องจากข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงเครือข่ายนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ตลอด
ถ้าแก้ช้า ไม่ตรงปก ตามข้อเรียกร้อง
ที่คิดว่าจะจบอาจไม่จบ

มองจากฝั่งรัฐบาล ที่จริงนายกฯไม่จำเป็นต้องรับปฏิบัติตามข้อเรียกร้องแม้แต่เรื่องเดียวก็ได้
หากเห็นว่า สามารถรับมือปัญหาได้ และไม่เกิดผลกระทบใดๆ ต่อการบริหาร ต่อเศรษฐกิจ การค้า และในมิติอื่นๆ
ในทางตรงกันข้าม หากเห็นว่า เป็นปัญหา

ปล่อยยืดเยื้อเรื้อรังไม่ได้ บั่นทอนทำลายความเชื่อมั่น และอะไรต่อมิอะไร ก็ต้องหาทางจัดการแก้ไข
ลดทอน/ตัดเงื่อนไขการชุมนุม
ที่ว่าทางเลือกของบิ๊กตู่ยังเปิดกว้าง ทางออกที่ว่านั้น คือแก้ว 3 ประการในวิถีทางการเมือง มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับ

ประกอบด้วย ลาออก ยุบสภา หรือแม้แต่แก้รัฐธรรมนูญ

3 ทางข้างต้น ‘ลาออก’ ดูจะเป็นทางออก ที่ช่วยแก้ปัญหาได้น้อยที่สุด
การเปลี่ยนหัว มีแนวโน้มความเป็นไปได้ต่ำสุด
พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด มี 250 ส.ว.เป็นแนวร่วม คงไม่ยอมยกเก้าอี้นายกฯให้ประชาธิปัตย์ หรือภูมิใจไทย
จะใช้แผนบันไดหนีไฟ ผลักดันคนนอก รับบทเฉพาะกิจ มีวาระเฉพาะกาล แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับ ก็ซับซ้อน ยุ่งยาก
แต่ไม่ถึงกับความเป็นไปได้เป็นศูนย์

ทางออกที่สอง ยุบสภา

เป็นทางออก ทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็น 1 ในข้อเรียกร้องแต่แรก
แม้ว่ายุบสภา ใช้กติกาเก่าเลือกตั้ง แก้ปัญหาได้ไม่สะเด็ดน้ำ ไม่วายถูกตั้งคำถาม พรรคฝั่งอำนาจเก่าได้เปรียบ จากนั่งร้าน 250 ส.ว.

แต่ข้อดีคือ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสิน แก้ปัญหาความขัดแย้งอีกครั้ง

เปิดกว้างให้มีการรณรงค์หาเสียงอย่างเต็มที่ มีพรรค-มีฝั่งให้เลือก ทั้งที่มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่แก้ไข ซึ่งเชื่อได้ว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นอีกนโยบาย ที่พรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญหากมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ไม่ว่าประชาชนเลือกใคร ความชอบธรรมจากการเลือกตั้งจะมีความยั่งยืน สกัดจุดม็อบ ได้อย่างน้อยชั่วเวลาหนึ่ง
ช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง

ทางเลือกสุดท้ายคือ และเป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับทุกฝ่าย และเป็นหัวใจข้อเรียกร้อง คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีเนื้อหามาตรฐาน ทุกฝ่ายให้การยอมรับ กำหนดไทม์ไลน์ให้ชัดเจน ลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศบังคับใช้ ก็ยุบสภา คืนอำนาจประชาชน

เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนี้ แม้ดูเหมือนใครต่อใครไม่ไว้เนื้อเชื่อใจอีกต่อไป
แต่น่าเชื่อได้ว่า หากนายกฯเดินเกมประสานหารือ จับเข่ากับ ส.ว.ด้วยเหตุด้วยผล และแถลงให้คำมั่นสัญญาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
เมื่อมีหลักประกันการแก้ไขเพียงพอ น่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งได้
ทางเลือก-ทางออกนี้ นับว่าดีที่สุดต่อทุกฝ่ายและต่อชาติบ้านเมือง
ไม่ต้องคิดสูตรอื่น ซึ่งแก้ไม่ได้เท่ากับแก้ที่ต้นตอปัญหา
สำหรับทางเลือก วิธีพิเศษอื่น

หากจะปัดฝุ่นใช้อีก ‘ขอเวลาไม่นาน’ ต้องประเมินให้ดีว่า ครั้งนี้จบหรือไม่

โดย : จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โฆษกปชป.’ แนะทุกฝ่ายเปิดเวทีเจรจา ใช้กลไกรัฐสภา หาทางออกประเทศ
บทความถัดไปโลกจับตา! ประท้วงไทย ติดอันดับบทความบลูมเบิร์กคนอ่านเยอะสุด 2 บทความติด