สถานีคิดเลขที่12 : กระแสเปลี่ยนแปลง!?

การเลือกตั้งท้องถิ่น 20 ธันวาคม น่าจับตาเป็นที่ยิ่ง

พรรคการเมือง คณะการเมือง และเครือข่าย ส.ส. -นักการเมือง ส่งตัวแทนลงสมัคร สู้ชิงทุกที่นั่ง

โดยเฉพาะตำแหน่งนายก อบจ.

ที่ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง

ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ ผลของคะแนนที่ออกมา แน่นอนว่าย่อมสะท้อนความนิยมที่มีต่อพรรคการเมือง คณะการเมือง เครือข่าย ส.ส. นักการเมือง ในจังหวัดนั้นๆ ได้อย่างมิต้องสงสัย

พรรคเพื่อไทยส่งในนามพรรคชัดเจน 24 จังหวัด คณะก้าวหน้า 42 คน

พรรคอื่น แม้มิได้ส่งผู้สมัคร ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สังกัดพรรค

แต่ก็เป็นที่รับรู้ว่า หลายต่อหลายจังหวัด เป็นคนของ ส.ส. หรือเครือข่าย ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงอยู่ใต้ชายคาพรรคการเมืองทั้งสิ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงน่าจับตา-น่าสนใจ แม้ไม่อาจวัดผล ได้ทั้งหมด 76 จังหวัด

แต่อย่างน้อยในจังหวัด ที่มีคู่เทียบ 2 ขั้ว หรือมากกว่า

มีคู่แข่งขัน ที่เรียกกันว่ามาจากบ้านใหญ่ และกลุ่ม/คณะที่ นิยามตัวเองว่า เป็นการเมืองใหม่ ในพื้นที่กว่าครึ่งค่อนประเทศ

ก็เพียงพอที่จะวัดเรตติ้ง คะแนนนิยม ว่า ประชาชนตัดสินใจอย่างไร ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

เท่าที่ติดตามข้อมูล ข่าวสาร การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

บ้านใหญ่ ยังคงใช้สโลแกนเดิม ทำนอง สานงานต่อ ก่องานใหม่

ไม่แข่งขัน โชว์คิด โชว์นโยบายก้าวหน้าใหม่ๆ มากนัก

เนื่องจากมั่นใจ การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นเรื่องคะแนนนิยมส่วนบุคคล ไม่อิงกระแสการเมืองระดับชาติ ชาวบ้านเลือกบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักมักคุ้น ตระกูลการเมือง มิได้เลือกพรรค เลือกนโยบาย เลือกนายกฯเป็นหลัก

แตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

บ้านใหญ่ จึงเลือกส่งผู้สมัครแบบเดิม

และไม่ให้ราคากับผู้สมัคร คู่แข่งหน้าใหม่ เน้นขายนโยบายเป็นหลัก มากกว่าตัวบุคคล

ฝั่งบ้านใหญ่มองว่า ที่อนาคตใหม่ ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562

มาจากมีปัจจัยเอื้อหลายประการ ไม่ว่าจะกระแสไม่เอาบิ๊กตู่ ต่อต้านทหาร การล่มสลายของพรรคไทยรักษาชาติ

อานิสงส์ตกอยู่ที่พรรคน้องใหม่

การที่ทุกคะแนนมีความหมาย ไม่หายต๋อมตกน้ำ ก็ช่วยให้ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เป็นกอบเป็นกำ

แต่นี่เป็นคนละกติกา คนละสนาม อีกทั้งไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า

ฉะนั้นจึงไม่มีทางที่ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าจะฝ่าเข้ามาได้ แม้สักคน

แต่กระนั้น อีกฟากฝั่ง ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก เป็นความคึกคักต่อเนื่อง จากผลเลือกตั้งทั่วไป ที่หักปากกาเซียน

อนาคตใหม่พาเหรดเข้าสภา

ฝ่ายนี้ เชื่อว่าผลการเลือกตั้งครั้งใหญ่ จะสะเทือนลึกถึงท้องถิ่น

เปลี่ยนโฉมหน้าศัลยกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่น

เนื่องจากนับจากรัฐประหารสนามปิด ไม่มีเลือกตั้งมา 6-7 ปี

6-7 ปีมานี้ การเมืองเปลี่ยน

โหวตเตอร์เปลี่ยน มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึงเกณฑ์ 18 ปี เพิ่มมากขึ้นร่วม 10 ล้านคน เทคโนโลยีการสื่อสารก็เปลี่ยน ไม่ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด สามารถเข้าถึง รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเรียลไทม์ ผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างไม่มีพรมแดนขวางกั้นอีกต่อไป

การเมือง วาระการต่อสู้ ในกรุงเทพมหานคร อาจเป็นเรื่องเดียวกันกับหมู่บ้านในซอกหลืบชนบท

ไม่มีการแบ่งพื้นที่ ต่อต้านรัฐบาล หัวข้อ ‘ถ้าการเมืองดี’ อีกต่อไป

หากแต่เป็นเรื่อง เป็นกระแสเดียวกัน ร้อยชนบท เข้ากับเมืองหลวง ซึ่งเมื่อประสานเข้ากับการนำเสนอนโยบาย เป็นมิติใหม่ ของการเลือกตั้งท้องถิ่น

ไม่แน่เสมอไปว่า ผลการเลือกตั้งจะเหมือนเก่า

ประชาชนอาจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น ในลักษณะของการเป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ต่อสู้

สนับสนุนการต่อสู้ วาระเมืองหลวงก็เป็นได้

การคัดตัว-ส่งตัว การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง การลงพื้นที่

มุมมองการให้ความสำคัญในประเด็นหลักที่มีต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นข้างต้น

สะท้อนภาพการปะทะกันระหว่าง ใหม่กับเก่า ในอีก 1 สนามอย่างชัดเจน จากที่มีอยู่แล้วในหลายสนาม หลายแพลตฟอร์ม

แต่สำหรับสมรภูมินี้ใครคิดผิด ใครคิดถูก ผลการเลือกตั้ง 20 ธันวาคม จะเป็นตัวตัดสิน

ตัดสินวัดชี้ แม้กระทั่งว่า กระแสลมของการเปลี่ยนแปลงนั้น พัดแรงสะเทือนลึกขนาดไหน

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon