สถานีคิดเลขที่12 : พลวัตความแผ่ว

ผู้สนใจการบ้านการเมือง บอกว่า ม็อบนักเรียน นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ “แผ่ว”ไปแล้ว

ทั้งด้วยปัญหาการระบาดรอบ 2 ของโควิด ด้วยมาตรการของรัฐบาล และปัญหาแนวทางของขบวนการ ฯลฯ

แผ่วไม่แผ่วก็แล้วแต่วิธีคิดของแต่ละคน แต่ข้อสรุปที่รับกันทุกฝ่าย คือ ม็อบคนรุ่นใหม่นั้น “จุดติด” ไปแล้ว

และกำลังขับเคลื่อน เดินหน้าไปเรื่อยๆ เป็นกระบวนการแบบใหม่ ขับเคลื่อนอีกแบบ ที่คนรุ่นพี่รุ่นพ่อ อาจไม่เคยเห็นมาก่อน

การขับเคลื่อนแบบใหม่นี้เอง ที่อาจแรงบ้าง เบาบ้าง ดูไร้รูปแบบ ไม่แน่ไม่นอน ทำให้รวมๆ ดูแล้วเหมือน แผ่ว

แต่จริงๆ แล้ว จะเอาเครื่องวัดแบบเดิมๆ มาวัดม็อบยุคนี้ อาจจะได้ผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก

นักวิชาการและนักวิจัยหลายคน ลงไปศึกษาการเคลื่อนไหวของม็อบรุ่นใหม่กันอย่างจริงจัง

ล้วนแต่เตือนเป็นเสียงเดียวกันว่า การใช้เครื่องชั่งตวงวัดแบบเก่า ประสบการณ์เดิมๆ ไปวัดปริมาณคุณภาพของม็อบรุ่นนี้ อาจทำให้ออกทะเลได้โดยง่าย

การเกิดขึ้นของขบวนการคนรุ่นใหม่ ชัดเจนมากๆ หลังยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อต้นปี 2563

และจากนั้นเป็นต้นมา ได้เขย่ารากฐานสังคมอย่างรุนแรง ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานวัยเรียนต่างปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะบรรดาเด็กๆ ลุกขึ้นมาเถียงมาถกกับพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในปัญหาต่างๆ

ทั้งเรื่องจริยธรรม ค่านิยม วัฒนธรรม ไปถึงงเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

เอาแค่ว่า อะไรคือดี อย่างไรคือไม่ดี ก็ลิ้นห้อยไปตามๆ กันแล้ว

เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นโดยทั่วไป แม้ในครอบครัวบรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายก็ไม่เว้น

เกิดความเห็นต่างในระดับครัวเรือน อย่างการยึดอำนาจในพม่าโดยคณะทหาร เมื่อ 2-3 วันก่อน คงทำให้บรรดาพ่อแม่ลุงป้า ที่ปกติอ่านแต่ไลน์ที่เพื่อนส่งมาทุกเช้าบ่าย ต้องแอบไปหาข้อมูล เอาไว้พูดคุยกับลูกหลาน เพื่อจะไม่ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

คนเจเนอเรชั่นใหม่ ที่เคยเงียบๆ หงอยๆ ภายใต้ค่านิยม ความเชื่อ หลังรัฐประหาร 2549 และ 2557 ให้ตื่นขึ้นมารู้จักกัน แล้วพบว่าพวกเขาคิดอะไรไม่ค่อยต่างกัน

และเริ่มขอพื้นที่ ขอสิทธิของตัวเอง โดยเฉพาะในการโหวตลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อเดือน มี.ค.2562

ก่อนจะพบว่า กฎหมายแม่บทของประเทศ และกฎหมายลูก คือด่านสกัดสำคัญ แปลงผลจากการลงมติของพวกเขาให้เป็นอย่างอื่น

พลังของคนเหล่านี้ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรื้อรัฐธรรมนูญ กลายเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

ระบบการสื่อสารได้เผยแพร่ความรู้ชุดที่เป็นปัจจุบันออกไป ประวัติศาสตร์ผิดๆ มั่วๆ กลายเป็นเรื่องตลก

สภาพเช่นนี้ เรียกร้องการปรับตัว ปรับความคิดและประนีประนอมอย่างสูง

ผู้กุมอำนาจที่มาจากระบบอันถูกต้อง จะเข้าใจเรื่องแบบนี้ ได้ง่ายกว่า

ถ้าไม่เข้าใจ จะตกเป็นเหยื่อของ “ความแผ่ว” ที่ตนเองดูแคลน ไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

วรศักดิ์ ประยูรศุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปิดทองหลังพระ จ้างคนว่างงานพัฒนาแหล่งน้ำ 9 จังหวัดและกำลังขยายไปช่วยพื้นที่แล้งซ้ำซากอีกสองพันโครงการ
บทความถัดไปการ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 4 ก.พ. 64