สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคใหม่‘2ป.’ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคใหม่‘2ป.’ มีความเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่

สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคใหม่‘2ป.’ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน 

มีความเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่มานับปีแล้ว เดินหน้าเตรียมการกันอย่างขมีขมันเอาจริงเอาจัง เดิมทีมีกระแสข่าวระบุว่า พรรคนี้จะตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคเคียงคู่กันกับพลังประชารัฐ เพื่อหวังผลชัยชนะในการเลือกตั้งหนต่อไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อให้เหนือกว่าพรรคขั้วตรงข้าม เช่น พรรคเพื่อไทย ไปจนถึงพรรคก้าวไกล

แต่สถานการณ์ตอนนี้ พรรคพลังประชารัฐในยุคที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอย่างเต็มตัว แยกตัวออกต่างหากจากรัฐบาล เพราะโดนปลดพ้นรัฐมนตรีไปแล้ว

การตั้งพรรคใหม่ดังกล่าว เพื่อเป็นพรรคคู่กันกับพลังประชารัฐ อาจไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว

มีแนวโน้มว่าอาจต้องแยกกันเดินคนละทาง

พรรคการเมืองใหม่เลยยิ่งจำเป็นต้องตั้งให้ใหญ่โตให้ได้ เพื่อรองรับอำนาจของ “2 ป.”

ส่วนอีก “1 ป.” นั้น เมื่อยังเป็นหัวหน้าพลังประชารัฐ ที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาฯ ก็คงต้องเดินไปอีกทางในสมัยหน้า

จึงน่าจับตาว่าพรรคใหม่ที่กำลังเร่งจัดทัพกันในเวลานี้ จะสามารถยิ่งใหญ่ได้ในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ เพราะเชื่อมโยงกับอนาคตของ “2 ป.” ดังกล่าว

คีย์แมนสำคัญที่กำลังเร่งสร้างพรรคใหม่ รู้กันดีว่าเป็นข้าราชการใหญ่ ที่มีเครือข่ายครอบคลุมไปทั่วประเทศ

สิ้นกันยายนนี้ เมื่อเกษียณอายุราชการ ก็คงจะเริ่มเปิดตัวได้อย่างเป็นทางการ

ถ้าดูจากกลไกเครือข่าย ก็น่าเชื่อว่าเปิดตัวเมื่อไหร่ คงเห็นได้ถึงความใหญ่โตแน่นอน

แต่วิธีการตั้งพรรคแล้วโตทันที ก็คงต้องเดินแนวเดียวกับสร้างพลังประชารัฐ เมื่อตอนเลือกตั้ง 2562

นั่นคือต้อง “ดูด” อดีต ส.ส.ที่มีฐานเสียงเหนียวแน่นมาเข้าพรรค

แต่อีกนั่นแหละ บรรดานักการเมืองส่วนใหญ่วิจารณ์กันว่า พื้นฐานของพรรคที่มีความเป็นข้าราชการ อาจจะไม่น่าพิสมัยเพียงพอสำหรับนักการเมืองมืออาชีพ

แล้วยิ่งดูสไตล์การทำงานการเมืองของ “2 ป.” ตั้งแต่เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งปี 2562 เป็นต้นมา ดูแล้วมีระยะห่างกับนักการเมือง ห่างกับบรรดา ส.ส.ค่อนข้างมาก

นี่เป็นอีกประเด็นที่นักการเมือง หรือเหล่า ส.ส.ยังไม่มั่นอกมั่นใจในพรรคใหม่เท่าใดนัก

เทียบกันแล้วกับพลังประชารัฐ ยุคที่มี ป.ป้อมเป็นหัวหน้า มีธรรมนัสเป็นเลขาฯ ดูแล้วใจถึงพึ่งได้กว่ามาก

แถมการเลือกตั้งในสมัยหน้า ภายใต้บัตร 2 ใบ ก็ทำให้เหล่า ส.ส.จำนวนไม่น้อย ให้ความสนใจไปที่พรรคเพื่อไทยกันมากมายเช่นกัน

เอาเป็นว่า ถ้าหากพรรคการเมืองใหม่ เปิดตัวออกมา คงต้องดูกันว่า จะสามารถหาหัวหรือแกนนำ ที่เป็นนักการเมืองระดับแม่เหล็กมีพลังแรงพอจะดึงดูดเหล่านักการเมืองมีชื่อชั้นเข้ามาร่วมได้จริงหรือไม่

จะดึงออกมาจากพลังประชารัฐได้แค่ไหน หรือจะหยุดความแรงของเพื่อไทยได้หรือไม่

เหนืออื่นใด จะใส่ชื่อใครไว้ในบัญชีผู้เป็นนายกฯ จะเป็นอีกจุดชี้ขาดการเมืองสมัยหน้า

เพียงแต่บอกได้เลยว่า ประเภทที่เอามาอ้างได้ว่าต้องคนนี้เท่านั้นจึงจะเป็นนายกฯได้ ตั้งรัฐบาลได้ แบบที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2562

บัดนี้สัญญาณแบบนั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ไม่เช่นนั้นจะมีใครกล้าคิดใช้เสียง ส.ส.รัฐบาลพลิกการเมืองกลางสภาตอนญัตติไม่ไว้วางใจ จนบานปลายบาดหมางกันหนักในเวลานี้หรือ

นั่นเพราะสัญญาณเปลี่ยนไปแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กมธ.กม.ตำรวจฯ’ นัดประชุม 1 ต.ค. ถกข้อสรุปอำนาจ ‘ก.ตร.’ พิจารณาแล้ว 27 มาตราจาก 172 มาตรา
บทความถัดไป‘เพนกวิน’ ร่าย จม.ถึงแม่ ‘รักและภูมิใจ’ เจ็บปวดจะผ่านไป ‘ฟ้าสีทอง’ เริ่มเห็นอยู่รำไร