สถานีคิดเลขที่12 : 45 ปีที่จะผ่านไป โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

สถานีคิดเลขที่12 : 45 ปีที่จะผ่านไป โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

เข้าสู่เดือนตุลาคม ซึ่งในอดีตเกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองหลายเรื่องด้วยกัน

โดยเฉพาะคือ 14 ตุลาฯ 2516 ซึ่งปีนี้ ครบรอบ 48 ปี นับถอยหลังเข้าห้วงเวลากึ่งศตวรรษในปี 2566

ส่วน 6 ตุลาฯ 2519 จะครบรอบ 45 ปี ในปีนี้

การรัฐประหาร ก.ย.2549 เพื่อล้มรัฐบาลทักษิณ และ 2557 ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่รัฐประหารช่วงชิงอำนาจ เหมือน 2534 หรือก่อนหน้านั้น

แต่เป็นรัฐประหารที่มีความคิดพิเศษ ต้องการสร้างการเมืองอีกแบบหนึ่งขึ้นมา ตามความฝันและความคิดความเชื่อของพวกตนเอง

รัฐประหาร 6 ต.ค.2519 มีบางด้านที่น่าสนใจ นั่นคือ แนวคิดพิเศษ ต้องการจัดระเบียบทางการเมืองให้เป็นแบบที่ตัวเองคิดเอาเองว่าดี

เริ่มจาก 14 ต.ค.2516 อันเป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาประชาชนลุกฮือขึ้นขับไล่รัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร ตามมาด้วยรัฐธรรมนูญ 2517 ที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด

มีการเลือกตั้งด้วยกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตย นายกฯมาจากหัวหน้าพรรคการเมือง ในสภามี ส.ส.จากพรรคการเมืองแนวสังคมนิยมเป็นกลุ่มก้อน

ประชาธิปไตยเบ่งบานงอกงาม

แล้วรัฐประหาร 6 ต.ค.2519 ก็เกิดขึ้น ตามมาด้วยแนวคิดว่าประชาชนคนไทยยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย ไม่รู้จักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สร้างประชาธิปไตยแบบมีขั้นตอน 12 ปี แบ่งเป็นขั้นตอนละ 4 ปี รวม 3 ขั้นตอนด้วยกัน

เป็นสูตรการเมืองที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะลดความร้อนแรงของกระแสประชาธิปไตยที่เบ่งบานในห้วงก่อนรัฐประหาร 6 ต.ค.2519

แผนประชาธิปไตยแบบมีขั้นตอน เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากของสังคมและสื่อในเวลานั้น

มีอายุอยู่ปีเศษๆ ครั้นถึงวันที่ 20 ต.ค.2520 ทหารทำรัฐประหารซ้ำอีกครั้ง ฉีกแผนการ 12 ปีทิ้งไป

น่าสังเกตว่า เมื่อบ้านเมืองมีบรรยากาศที่เปิดกว้าง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ การบริหารบ้านเมืองเป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาวบ้านชาวช่อง ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง เป็นพัฒนาการของการเมืองตามแบบของโลกสมัยใหม่

ก็จะเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจมายุติกระแสการพัฒนาดังกล่าว

30 ปี หลังรัฐประหาร 6 ต.ค.2519 เกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.2549

เป็นการยึดอำนาจเพื่อสกัดกระแสการเติบโตและพัฒนาของการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทำให้เกิดพรรคการเมืองและผู้นำการเมืองที่เข้มแข็ง

แต่เมื่อคืนอำนาจเลือกตั้งในปี 2550 พรรคทักษิณยังกลับมาอีก

จึงมีการก่อรัฐประหารซ้ำอีกในปี 2557 ชูเรื่องการปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง ความคิดลึกๆ ก็คงเห็นว่าประชาชนไม่เข้าใจประชาธิปไตย นักการเมืองฉ้อฉล

ก่อนนำเอางานค้นคว้าของหลักสูตรความมั่นคง มาจัดทำแผนการเมืองระยะยาว 20 ปี ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแล เขียนกฎหมายรับรองเรียบร้อย บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่แก้ยากแก้เย็น

ทุกวันนี้ ประชาชนคนไทยยังจำต้องอยู่ภายใต้กรอบนี้

แต่ในโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรอบนี้ดูจะไม่สามารถนำพาใครไปทางไหนได้

45 ปีผ่านไป ความคิดของคนบางกลุ่มยังไม่เปลี่ยนแปลง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘รงค์’ ยัน ส.ส.ใต้พปชร.​ อยู่กับ​ ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่’ ไม่มีใครหนีตาม​ ‘พ.อ.สุชาติ’ ออกไป
บทความถัดไปคอลัมน์เดินหน้าชน : ‘หลุมดำ’ 7 ปี