สถานีคิดเลขที่ 12 : ร้อนลมปาก โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 : ร้อนลมปาก โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

หัวใจ จากอกข้างซ้าย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถูกแจกเกลื่อนกล่นไปทั่วพื้นที่ ที่เผชิญปัญหา “โอษฐ์ทกภัย” แหะ-แหะ ขออภัย “อุทกภัย”

ส่วนชาวบ้าน จะเก็บ “หัวใจ” แถมมธุรสวาจา “รักนะ-ห่วงนะ” มากน้อยแค่ไหน ก็ว่ากันไป

หรือชาวบ้านอีกส่วนหนึ่ง จะเก็บคำแนะนำอย่าง “ช่วยกันสวดมนต์” “สร้างบ้านสองชั้น” “ระวังน้ำกัดเท้า” เป็นอาทิ ไปอย่างไร ก็ว่ากันตามสะดวกเช่นกัน

เพียงแต่ อยากบอกว่า ทุกคำพูด ทุกการแสดงออก ของ “ผู้นำ” มีความหมายเสมอ

การพูดหรือทำอะไรคงต้องละเอียดรอบคอบ

อย่าให้เกิด “โอษฐภัย” โดยไม่จำเป็น

และไม่อยากให้คำพูดผู้นำเป็นเพียง “ลมปาก” อันว่างเปล่า

ควรจะมีความผูกพัน เป็นพันธสัญญา และเป็นความหวังที่จะพัฒนาไปสู่ที่จับต้องได้

ประโยคที่ว่า นี่แค่พายุลูกเดียว ยังหนักขนาดนี้ เราควรสวดมนต์ไม่ให้มีพายุเข้ามาอีกนั้น

หากเราไม่ผ่านมหาวิกฤตอุทกภัยเมื่อปี 2554

คนก็อาจไม่คิด หรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก

แต่เราผ่านมาแล้วพร้อมกับบทเรียนที่เตือนใจว่าเราคงอยู่กันตามยถากรรม หรือสวดมนต์ภาวนาอย่างเดียวไม่ได้

จำเป็นต้องมีวิธีป้องกันและแก้ไขอย่างขนานใหญ่

รัฐบาลก่อนหน้านี้ เสนอคำว่าอภิมหาโปรเจ็กต์แก้ไขปัญหาน้ำขึ้นมา

แต่ก็ถูกหักโค่นไปด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา

ซึ่งต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเป็นผู้นำ ทั้งในนามคณะรัฐประหาร และทั้งในนามนายกฯ จากรัฐธรรมนูญปี 2560

คำว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ” มาแทนและเป็นมอตโตประจำรัฐบาล

มีการพูดถึงยุทธศาสตร์ต่างๆ นานาแน่นอนรวมถึงภัยธรรมชาติ

แต่ก็อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดเป็นเพียง “ลมปาก” เท่านั้น

จับต้องอะไรไม่ค่อยได้

อย่างสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดๆๆๆ ระหว่างลงพื้นที่ ไม่ว่าการสวดมนต์ การให้สร้างบ้านสองชั้น การบอกรักและห่วงมากๆ หรือแม้กระทั่งการขนรัฐมนตรี ส.ส.ไปโชว์ตัว หรือโชว์พลัง

ไม่ใช่เรื่องยุทธศาสตร์แน่ๆ

ตอนนี้เราจึงได้ยินแต่คำปลอบใจว่า ปีนี้ไม่วิกฤตเหมือนปี 2554

แต่จะให้นอนตาหลับได้อย่างไร เพราะอีกด้านนายกฯบอกว่า นี่ขนาดพายุลูกเดียวยังหนักขนาดนี้

ก็เลยเกิดคำถามว่า แล้วถ้ามีพายุเข้ามาอีกจะไม่วิกฤตยิ่งกว่านี้หรือ

7 ปีที่ผ่านมา นอกจากขุดลอกหนองบึง ที่ทำกันมาอย่างไรก็ทำกันอย่างนั้น แถมนินทากันหนักว่าคอร์รัปชั่นกันอื้อซ่า มีอะไรที่ทำเพื่อป้องกันบรรเทาวิกฤตบ้าง

นี่ยังไม่ต้องพูดเรื่องบิ๊กๆ ที่นายกฯก็ชอบพูดถึง นั่นคือปัญหาเรื่อง “โลกร้อน”

ไม่รู้เราได้เตรียมการรับมือขนาดไหน

นอกจากพูดๆๆๆ เพื่อแสดงว่า เราก็ทันยุคทันสมัยนะ

แต่ทันยุคทันสมัยแล้ว–ยังไงล่ะ

รัฐบาลนี้ผ่านและกำลังเผชิญบทเรียนหนักๆ มาแล้ว ทั้งปัญหาอุทกภัย ปัญหาโรคระบาด

เหล่านี้คือวิกฤตความมั่นคง “ใหม่” ของชาติ

ถามว่าเรามียุทธศาสตร์ความมั่นคงใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะการรับมือหายนะจากภัยธรรมชาติและเชื้อโรค

ที่ผ่านมาพอพูดถึงยุทธศาสตร์ความมั่นคง เราพูดถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างการซื้ออาวุธ

หรือไม่ก็ไปทำให้เรื่องเล็กๆ อย่างหนังสือนิทานอ่านสำหรับเด็ก ให้กลายเป็นประเด็นใหญ่โต เร่งด่วน

ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีสั่งการในคณะรัฐมนตรีให้ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงศึกษาฯ รีบจัดการเพราะถือเป็นสิ่งกระทบความมั่นคงของชาติ

ได้ยินแล้ว คันยิบๆ โรค “น้ำกัด” กำเริบ!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โปรเหมียว’ หวดวันเดียว 6 อันเดอร์ ทะยานรั้งที่ 3 รอบสอง ช็อปไรท์ แอลพีจีเอ
บทความถัดไปเริงโลกด้วยจิตรื่น : หลังคืนฝนตกหนัก