สถานีคิดเลขที่ 12 : รู้สึก..รัฐคุกคาม โดย นฤตย์ เสกธีระ

สถานีคิดเลขที่12 : รู้สึก..รัฐคุกคาม โดย นฤตย์ เสกธีระ maxlui2810@gmail

ควันหลงจากศึกเลือกตั้งซ่อมโค้งสุดท้ายในพื้นที่ภาคใต้ ดูเหมือนว่าข้อกล่าวหาใช้อำนาจรัฐแทรกแซงยังคงมีอยู่

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเปิดประเด็นโดยพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคลงพื้นที่ก็ยังกล่าวถึงประเด็นนี้

ก่อนหน้านี้หลายคนคงได้ยินแล้วว่ามีข้อกล่าวหาการใช้อำนาจรัฐจัดการกับผู้ชุมนุม

ครั้งนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็กล่าวหาว่าใช้อำนาจรัฐเกิดเหตุ

และเมื่อไม่กี่วันก่อน องค์กรภาคสังคม 1,867 องค์กร ก็ออกแถลงการณ์

คัดค้านการออกร่าง พ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์การไม่แสวงหากำไร พ.ศ….

เนื้อหายืนยันคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

ส่วนเหตุผลที่คัดค้าน ขอคัดเนื้อหาแถลงการณ์บางตอนมาตีพิมพ์

“เป็นที่ประจักษ์ว่า ร่าง พ.ร.บ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ…. มีเจตนา และเนื้อหาต้องการควบคุม กำกับ และเข้าข่ายคุกคามการรวมกลุ่มของประชาชนในทุกรูปแบบ โดยอ้างเหตุผลว่า ต้องการจัดระบบกลุ่มองค์กรทางสังคมในประเทศให้มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น

“ทั้งที่ในความจริงแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับ ได้ทำหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการรวมกลุ่มทางสังคมเพื่อสาธารณประโยชน์อยู่แล้ว ทั้งองค์กรในรูปแบบจัดตั้งเป็นมูลนิธิ สมาคม และองค์กรที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่ได้จดทะเบียนต่างๆ เช่น การรวมตัวรวมกลุ่มของชุมชน ประชาชน ที่ทำงานเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิ ตลอดจนการจัดตั้งองค์กรภายใต้กฎหมายเฉพาะต่างๆ องค์กรเหล่านี้ก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเสมอมา

“ดังนั้น ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ กำลังส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ และกำลังใช้ระบบราชการอำนาจนิยมแบบเผด็จการทหารในการกำกับ ควบคุมภาคประชาชนให้ดำเนินกิจกรรมอยู่ภายใต้การรวมศูนย์อำนาจของตนเองเท่านั้น อันเป็นภัยคุกคามการรวมกลุ่มของประชาชน มากกว่ามองเห็นเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์และบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอย่างสิ้นเชิง และขัดต่อหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

“เครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาชน ขอยืนยันว่า พวกเราไม่ได้ปฏิเสธการถูกตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส แต่เราไม่ยอมรับและขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างถึงที่สุด จนกว่าจะมีการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ ตามเหตุผลที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น”

ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐใช้อำนาจคุกคามนั้น รัฐบาลอาจจะไม่รู้สึก และมีเหตุผลสนับสนุนมากมายที่จะบังคับใช้กฎหมาย

แต่สำหรับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว กลับมีความรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม

ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งพรรคการเมือง ทั้งเครือข่ายภาคประชาชน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกฎหมายและการใช้กฎหมาย ย่อมรู้สึกว่าถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่เคยมี

รู้สึกว่ารัฐคุกคามล้ำเส้นสิทธิขององค์กรเอกชนและภาคประชาชน

ข้อกล่าวหานี้ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น แทนที่รัฐบาลจะเดินหน้า “หักด้ามพร้าด้วยเข่า” น่าจะดำเนินการวิธีการอื่นที่มีความระมัดระวัง

เพราะเรื่องสิทธิเสรีภาพมีความสำคัญ

การดำเนินการของภาครัฐ โดยไม่ฟังภาคประชาชน จะทำให้ภาคประชาชนที่ยืนอยู่ตรงข้ามภาครัฐเพิ่มจำนวนขึ้น

และพร้อมจะไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐที่นิยมใช้อำนาจคุกคาม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon