สถานีคิดเลขที่ 12 : รัฐบาลประชานิยม!

รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายโครงการช่วยเหลือประชาชนคนละครึ่งที่จะสิ้นสุดระยะที่สี่ 30 เมษายน

เปอร์เซ็นต์ล้มพับ ปิดจ๊อบแค่เฟส 4 เท่านั้น ในสิ้นเดือนนี้ยังมองไม่เห็น

อย่างไรเสีย รัฐบาลก็ต้องขยายออกไป

เข็นเฟส 5 ออกมาแน่นอน

โครงการคนละครึ่ง เป็นอีก 1 นโยบายประชานิยมเสาหลัก ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อยอดมาจากแนวทางประชารัฐ จัดสวัสดิการให้กับประชาชน ที่โฆษณาชวนเชื่อในระยะเริ่มแรกว่า เพื่อเป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่าบัตรคนจน เป็นพระรอง

ที่ใครต่อใครฟันธง รัฐบาลไม่กล้าล้ม พับโครงการหยุดแค่เฟส 4

เนื่องจากมองจากด้านเหตุผล ความเป็นจริง ประชาชนคนยากจน คนส่วนใหญ่ของประเทศยังเดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาดอย่างหนัก แม้ผ่อนคลายกิจกรรม กิจการ แต่การทำมาหากินยังไม่เป็นปกติเข้ารูปเข้ารอย บางกิจการลูกจ้างผู้ประกอบการยังถูกโควิดดิสรัปต์ อุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยว ยากฟื้นคืนกลับมาเร็วกัน

มิหนำซ้ำ ยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากพิษภัยสงครามรัสเซีย ยูเครน ราคาน้ำมันพุ่ง
สูงขึ้น สินค้าขยับตาม รายรับต่ำกว่ารายจ่าย

ความจำเป็นต้องยืดการช่วยเหลือประชาชนออกไปอีกอย่างน้อยระยะหนึ่งมันมี

อีกประการที่สำคัญ ก็คือเหตุผล และความจำเป็นทางการเมือง

เป็นปีสุดท้ายของรัฐบาล นับถอยหลังสู่โหมดเลือกตั้งทั่วไป

เหตุผลการเมืองนี้ บังคับให้รัฐบาล ต้องยืนยันคนละครึ่ง และดำรงคงไว้ซึ่งมาตรการประชานิยม

ทุกนโยบายที่ส่งผลต่อคะแนนนิยม-การเลือกตั้งอย่างมิต้องสงสัย

นับจากนี้ไปในระยะเวลาอันใกล้ กระทั่งถึงวันเลือกตั้ง แม้กระทั่งรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี จนถึง 23 มีนาคม 2566 ก็ตาม ยังมองไม่เห็นว่า จะมีอะไรมาเป็นจุดพลิกผัน

พยุงฐานะรัฐบาล

ให้ดีดพ้นขาลง ตีตื้น ฟื้นคะแนนนิยมกลับมาได้ โดยไม่ต้องพึ่งโครงการประชานิยมอีกต่อไป ซึ่งเป็นภาระมหาศาลต่อฐานะการคลังของประเทศ

เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นอย่างเต็มที่ดีนัก เอื้ออำนวยต่อไทย

พิษโควิดยังคงแผ่ซ่าน

ฝีมือการบริหารจัดการของรัฐบาลนี้ ในการแก้ปัญหา พัฒนาประเทศ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน

ก็เป็นอีกคำถาม และมีคำตอบในตัวระดับหนึ่งในยามโลกปรกติสุข

ไม่มีไวรัสร้ายคุกคาม ทำลายชีวิตผู้คน ส่งผลถึงเศรษฐกิจ นับเนื่องแต่ยุค คสช.เป็นต้นมา กระทั่งถึงก่อนการระบาดใหญ่

ฝากผีฝากไข้ได้จริงหรือไม่

เพราะไม่ว่าจะขาขึ้น ได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจโลก หรือขาลงก็ตาม มันมีตัวเลขการเติบโตเป็นตัวชี้วัด เปรียบเทียบฝีมือกับเพื่อนบ้าน กับชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน หรือจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ไทยอยู่ในลำดับต้นหรือกลุ่มท้าย ที่ผ่านมามันมีข้อมูลข้อเท็จจริงยืนยัน

ฉะนั้นไม่ว่ายามใด

นโยบายประชานิยม จำเป็นแน่นอนสำหรับรัฐบาลนี้

เลิกไม่ได้เด็ดขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามนี้

ยามที่ ลมหายใจเศรษฐกิจไทยแผ่วเบา รัฐนาวาตกต่ำ ผุพัง เผชิญสารพันปัญหา

บังคับให้ต้องต่อวีซ่าออกไปอีก

ไม่ว่าจะเป็น เฟส 5 หรือประชานิยมทุกตัว คงไม่ใช่ยืดขยายครั้งสุดท้ายแน่นอน

แต่จะไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด

จนกว่าเลือกตั้งใหญ่

ประชานิยมมันเป็นเครื่องมือสำคัญ นอกเหนือจากข้อได้เปรียบกติกา ในอันที่จะทำให้ ชนะเลือกตั้ง กลับมาเป็นรัฐบาล สืบทอดอำนาจอีกครั้ง

เป็นช่องทาง แจกจ่าย ตกเขียว ชอบธรรม

จึงนอกจากจะไม่เลิกแจก ขยายเฟสโครงการ และทุกประชานิยม อาจบางทีใกล้เลือกตั้ง รายการโปรโมชั่นทิ้งท้าย เรียกคะแนนนิยม อาจมีอีก จัดหนักเป็นพิเศษยิ่งกว่าเดิม ก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้ สำรับสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon